5 July 2014 vvkhxng

เว็บ FaceBlog.in.th นี่ก็เกิดขึ้นมาได้นานละ มาวันนี้ก็ได้ฤกษ์งามยามดี จัดงานพูดคุยกับสนุกๆ กับงาน FaceBlog Talk ครั้งที่ 1 ณ Muchroom Coworking Space ขึ้นมา ก็ผ่านพ้นไปด้วยดีครับ เจ้างานอย่างพี่เดือน (@buumoon) ก็ยิ้มแก้ฉีกกันไปสิรายละเอียดงานจริงๆ ก็ไม่มีอะไรมากครับ เป็นงานที่คุยกันเรื่องของ Social Media ในปัจจุบันกับคนไทย ประกอบไปด้วย 3 เรื่องคือประเด็นการขายของออนไลน์ ปัญหา เครื่องมือ และทางแก้ โดยบ้านแบน พี่แอน (@iannnnn) และ พี่โบ (@monamafia) อันนี้พูดเรื่องของ Facebook เป็นหลักต่อมาก็เรื่อง Thaitrend โดยพี่ไอซ์ (@icez) อันนี้ก็ Twitter ล้วนๆสุดท้ายยยย ของผมเอง Google+ ไม่ใช่เมืองร้างพี่ @icez พูดเรื่อง thaitrend #FBTHTalk1 pic.twitter.com/lTqmjmh6p0— GOTTA (@iamgotta) 5 กรกฎาคม 2014 ตอนแรกก็คิดเหมือนกัน จะพูดไงดี มันก็ร้างอยู่นะ (T_T) แถมข้อมูลของ Google+ เนี่ย มันน้อยแบบ 1/3 เลยนะ ข้อมูลแบบเป็นทางการจาก Google ก็แบบ… แต่ก็ต้องกู้หน้าให้ได้ ในฐานะของติ่ง Google คนหนึ่ง ก็ได้ข้อมูลมาเล่าให้ฟังเล่นๆ ตามนี้ฮะอ่านสไลด์แล้วคงจะงง งั้นขอเล่าเป็นข้อๆ ไปละกันGoogle+ ออกให้ใช้งานได้เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2554 สิริอายุได้ 3 ปีหยกๆ ถ้าสังเกตดีๆ Logo ของ Google+ ก็เปลี่ยนแทบทุกปี… (ดีนะคนไม่ค่อยเล่น เลยไม่ค่อยบ่นกัน 555+) (Slide 6)Vic Gundotra อดีตหัวหน้าทีม Google+ ผู้ขับเคลื่อนให้ Google+ มีอะไรแปลกๆ ใหม่ๆ ออกมาตลอด…

28 January 2014 vvkhxng

ต้องยอมรับว่าปัจจุบันนี้ Social Network มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในสังคมของมนุษย์เรา วันๆ หนึ่งมีข้อมูลมากมายมหาศาลที่ไหลอยู่ในสังคมออนไลน์นับไม่ถ้วน รวมถึงข่าวสารต่างๆ มากมาย ที่สำคัญบ้านเมืองเดี๋ยวนี้ก็เกิดอะไรมากมาย จะมามัวเสพย์ข่าวผ่านหนังสือพิมพ์หรือทีวีก็คงจะไม่ทันใจใช่ไหมเล่า เราก็จะเห็นได้ว่าสำนักข่าวหลายๆ เจ้าทั้งไทยและต่างประเทศก็เริ่มให้ความสำคัญกับการนำเสนอข่าวผ่านสังคมออนไลน์กันมากขึ้น เพราะมันรวดเร็วกว่ายังไงหละทีนี้พอเรามองไปที่ Social Network ระดับตัวพ่อในประเทศไทย ตอนนี้ Facebook ก็ยังได้รับความนิยมเปรี้ยงปร้างอยู่  ซึ่งจริงอยู่ว่ามีผู้ใช้เยอะมากมายนะ แต่ด้วย Algorithm ของ News Feed อันแสนจะไม่โปรดปรานต่อผู้เสพย์ข่าว มันไม่เอื้อต่อการนำเสนอข่าวแบบ real-time เท่าที่ควร ฉะนั้นผมก็เลยมานำเสนอการใช้ Social Network อีกตัวที่ฮิตไม่แพ้กัน นั่นคือ Twitter นั่นเองเกริ่นสั้นๆ กับ TwitterTwitter (อ่านว่า ทวิตเตอร์) เป็นสังคมออนไลน์ประเภทหนึ่งที่อยู่ในหมวดของ Micro-Blog ซึ่งคุณสามารถเล่าเรื่องราวที่พบเห็นในประจำวันได้อย่างอิสระภายใต้ 140 ตัวอักษรต่อ 1 ทวีต (หรือ 1 ประโยค) วิธีการเล่นก็ไม่ซับซ้อนอะไรมากมาย เพียงแค่เราอยากอ่านเรื่องราวของใครก็ตามไปกดติดตามหรือ Follow คนนั้น เราก็จะเห็นว่าในแต่ละวันเค้าทวีตอะไรบ้าง แล้วถ้ามีคนมากดติดตามคุณเค้าก็จะเห็นว่าคุณทวีตบ้าง หากชอบใจทวีตไหนก็กด Retweet (RT) เพื่อให้คนที่ติดตามคุณเห็นด้วย ซึ่งสิ่งที่ช่วยตอบสนองให้การใช้งาน Twitter ได้ดีขึ้นนั่นคือ Timeline ซึ่งเราจะเห็นทวีตต่างๆ ของเพื่อนที่เราติดตามไว้แบบ real-time วินาทีต่อวินาทีเลยทีเดียว ทำให้เกิดความรวดเร็วในการสื่อสารมากขึ้น แต่ก็แลกมาด้วยการนั่งอ่าน Timeline ทั้งวัน และข้อดีของการใช้งาน Twitter อีกอย่างหนึ่งคือ สามารถใช้งานผ่านหน้าเว็บไซต์หรือแอปบนมือถือทั้งที่เป็นของ Twitter เองหรือจะเป็นนักพัฒนาที่นำ API ไปใช้งานก็ได้ ทำให้เข้าถึง Twitter ได้อย่างทุกที่และทุกเวลารู้จักกับ Vine อีกนิดVine (อ่านว่า ไวน์) เป็นสังคมออนไลน์ที่เกิดขึ้นมาภายในบริษัทเดียวกับ Twitter เกิดมาเพื่อตอบสนองความไม่เพียงพอต่อ 140 ตัวอักษร Vine จึงทำหน้าที่ช่วยถ่ายวีดีโอสั้นๆ ภายใน 6 วินาทีแล้วทำการแชร์ใน Twitter ได้ทันทีนั่นเอง เพราะภายใน 6 วินาที…

27 January 2014 vvkhxng

อ่า.. ได้ฤกษ์เขียนบล็อกเกี่ยวกับ Google+ ต่อจากนี้บล็อกผมจะมีซีรีย์ที่ชื่อ “มามะ Google+ รออยู่” ออกมาเรื่อยๆ จุดประสงค์จริงๆ คือ อยากให้ผู้ใช้คนไทยได้รู้จักกับ Google+ ให้มากกว่าเดิม รวมถึงอยากให้รู้จักวิธีใช้ที่จะทำให้คุณสนุกกับมัน คือผมว่าผมใช้แล้วมันก็โอเคนะ แต่พอคนเล่นน้อย มันก็ไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่  อีกอย่าง อยากให้ผู้ใช้มีทางเลือกมากกว่า หลังๆ ดูแล้ว Facebook ก็เริ่มไม่โอเคเท่าไหร่ละในสายตาผมนะ ก็เลยมีซีรีย์ต่อไปนี้ออกมาแน่นอนก่อนที่เราจะไปรู้จักกับ Google+ ให้มากกว่าเดิม ผมขอนำเสนอเรื่องราวระหว่าง Facebook และ Google+ ว่าแตกต่างกันอย่างไรให้ได้อ่านกันก่อนละกัน เผื่อถ้าเริ่มชอบอกชอบใจอยากจะย้ายมาเล่น Google+ ก็จะได้ตามมาอ่านบล็อคตอนต่อไปได้อย่างสนุกสนานGoogle+ ไม่ใช่ป่าช้าแล้วนะเฟ้ย!!อันว่า Google+ นั้นโดนข้อครหาเรื่องความเป็นป่าช้ามาตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม ซึ่งตอนนั้นก็ป่าช้าวัดดอนเรียกพี่จริงๆ พอช่วงปี 2012 ก็เกิดการพัฒนาตัวเองขึ้นมา(ซักที) ถึงกับปล่อยของออกมาไม่หยุดเลยทีเดียว เริ่มตั้งแต่ Communities ฟีเจอร์ที่ช่วยรวมกลุ่มคนที่มีความสนใจอะไรซักอย่างเข้าด้วยกัน ทำให้เกิดผู้ใช้มากขึ้น ต่อมาก็พัฒนาส่วนค้นหาเพื่อนให้มีความง่ายและฉลาดมากๆ ซึ่งถ้าใครลองกรอกข้อมูลตัวเองเช่นเรื่องเรียนที่ไหน ทำงานยังไง มันก็จะไปลากตัวเพื่อนมหาวิทยาลัยที่เรารู้จักหรือแนะนำคนที่คิดว่าคุณน่าจะรู้จักมาให้ จากนั้น Google ก็โฆษณาและพัฒนาให้เข้ากับผลิตภัณฑ์ของเค้าอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นที่รู้จักมากขึ้น ในที่สุดก็เก็บตำแหน่งสังคมออนไลน์ที่มีผู้ใช้มากที่สุด (ประมาณ 340 ล้านคน) เป็นอันดับ 2 ได้สำเร็จ!ภาพจาก : ZDNetแล้วอะไรคือข้อแตกต่างของ Facebook กับ Google+ หละ ?ถ้าจะให้พูดง่ายๆ ก็คงจะFacebook จะเน้นไปที่เรื่องของเพื่อนที่เรารู้จักอยู่แล้ว รวมไปถึงคนที่คุณก็รู้จักดีGoogle+ จะช่วยสร้าง connection ใหม่ๆ รวมถึงหาคนที่น่าสนใจและช่วยแสดงเนื้อหาที่เหมาะกับคุณซึ่ง Facebook ไม่ได้ช่วยให้แสดง Content ใหม่ๆ ให้คุณ ในทางกลับกัน Google+ ก็ไม่สามารถค้นหาเพื่อนที่กำลังคุยกับคุณตอนนี้ได้นั่นเองแล้ว Google+ ทำงานยังไง ?ใน Facebook ใช้คำว่าแอดเพื่อน แต่ใน Google+ จะมีลักษณะเหมือน Twitter นั่นคือการ Follow หรือ ติดตาม นั่นเอง แต่ที่ไม่เหมือน Twitter ก็คือ Circle ทำหน้าที่จัดการเพื่อนๆ…

17 October 2013 vvkhxng

เรื่องของเรื่องคือเจอโพสในพันดริฟอันนึง  เวปผมอัฟคนแรกในยูทูป เเล้วสงวนลิขสิทธิ์ได้ไง แล้วมีคลิปอันนึงแปะไว้ในกระทู้ ไปชมกันก่อนเลยครัฟ ตอนนี้เจ้าของคลิปลบทิ้งไปละ ขอพิมพ์สรุปไว้สั้นๆ ละกันว่าเกิดอะไรขึ้นมีเด็กหนุ่มผู้ใสซื่อ นามว่า MR CRASH ผู้จะเป้นคนแคสเกมที่มีชื่อเสียงในอนาคต เด้วยความที่เป็นเพื่อนร่วมโลกสุดประเสริฐ เห็นบางคนยังไม่ได้ดู One Piece Z ที่ฉายในโรงภาพยนตร์ จึงทำการอัพโหลดให้ได้ชมใน Youtube Channel ของตัวเอง ทันใดนั้น เจ้าของลิขสิทธิ์อย่าง TOEI ผู้ผลิตการ์ตูน ก็ได้บล็อกวิดีโอที่เด็กหนุ่มได้อัพโหลดไว้ เด็กน้อยหงุดหงิดมาก ที่บริษัทอย่าง TOEI เข้ามาบล็อกวิดีโอที่ตัวเองอุตส่าห์ตั้งใจอัพโหลดให้คนอื่นดูฟรีๆ และเค้าก็เที่ยวบอกไปทั่วว่า เค้าคือคนอัพลง Youtube คนแรกเลย อุตส่าห์เอามาอัพให้คนอื่นดูแทนบริษัทแท้ๆ โถ่.. ทำกับเราได้อย่างนี้ได้เยี่ยงไร เด็กหนุ่มโมโห ระบายคำหยาบใส่วิดีโอที่ตัวเองอัดไว้เต็มที่ ตรงไหนที่มีการบรรยายถึงเรื่อลิขสิทธิ์ เด็กหนุ่มจะไม่อ่าน แล้วก็บอกว่า ช่างมันเถอะ จะอ่านทำไม แล้วก็เรียกร้องให้บ. TOEI เบาๆ ลงบ้าง จะบล็อกอะไรนักหนา อย่างนี้ฉันจะอัพการ์ตูนให้คนอื่นดูฟรีๆ ได้อย่างไรกัน (จริงๆ ในคลิปมันมีสารพัดตัวเงินตัวทอง แล้วก็คำหยาบมากมายนะ ที่เขียนบรรยายไว้ไม่ได้เป็นอย่างนั้น ฮ่าๆๆ)** คำเตือน : ข้อความต่อไปนี้มีเนื้อหาหยาบคาย เด็กที่ต่ำกว่า 18 ปีไปเรียกพ่อแม่มานั่งอ่านด้วย เผื่อสงสัยคำไหนจะได้ถามพ่อแม่ หรือมนุษย์โลกสวยรับไม่ได้ กดปิดไปซะ **เป็นไงละ… “เว็บผมอัพคนแรกในยูทูป” ย้ำอยู่ได้ไอ้บ้า! ไม่รู้เรื่องกฏหมายกับเรื่องการคุ้มครองลิขสิทธิ์แล้วยังโชว์โง่อีก จะขออธิบายแล้วก็ด่าคุณ MR CRASH ผู้วัลลาบีอยากจะเป็นผู้แคสเกมใน Youtube ให้ฟังทีละข้อนะครัฟ!การ์ตูนทุกเรื่องมีเจ้าของ(ผู้ผลิต)หมดทุกเรื่อง เค้าทำออกมาเพื่อให้คนอื่นได้ดูด้วยการ เสียเงิน หรือ มีคนสนใจซื้อลิขสิทธิ์จากเค้านำมาฉายต่อ ทุกอย่างก็เท่ากับว่า เสียเงินเหมือนกับ One Piece Z ที่มาฉายเป็นการ์ตูนภาพยนตร์ ก็มีคนซื้อลิขสิทธิ์อันแสนแพงมาฉายให้ดูในไทย เราก็ต้องเสียเงินเป็นการอุดหนุนเจ้าของการ์ตูนเค้าหน่อยบริษัท TOEI CO LTD คือบริษัทที่เค้าผลิต Animation เรื่อง One Piece ออกมา เค้ามีสิทธิ์ขายลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว แล้วมึงคือใคร โหลดไฟล์จากเว็บอื่นมาอัพโหลดต่อใน Youtube ของซื้อของขายแล้วก็มาอ้างว่า อยากให้คนอื่นอื่น ผมก็ชอบวันพีช มึงชอบก็เก็บไว้ดูคนเดียวสิโว้ยการที่มึงตอบซ้ำๆ ว่า “เว็บผมอัพคนแรกในยูทูป” ไม่ได้หมายความว่า มึงคือคนทำ…

20 September 2013 vvkhxng

Hot Topic ในวันนี้คงจะเลี่ยงไม่ได้กับเรื่องของหญิงสาวท่านหนึ่งที่ได้โพสข้อความบนหน้า Facebook ของเธอด้วยถ้อยคำที่รุนแรงต่อผู้ที่มาติดต่อราชการในเวลาเที่ยง (ซึ่งจากข้อความจับใจความน่าจะเป็นคนพิการที่เข้ามาขอใช้บริการ) แล้วมีเพื่อนใน Facebook ของสาวผู้นั้น ได้พบเห็นข้อความจึง Capture แล้วก็โพสลง Pantip ซะเลยซึ่งตอนนี้ก็มีคนตีความไปสองกลุ่มว่า เหตุที่เธอใช้ข้อความที่หยาบคายได้ขนาดนี้เพราะ เธอโมโหหิว (มีคนบอก Viral ของ สนิกเกอร์ อีกแก๊) เธอมาตามคุณสามีของเธอไปตามข้าวเที่ยง (Update: ล่าสุดหลายๆ คห.บอกว่าสาวเจ้ามาตามคุณสามีไปทานข้าวแล้วมีคนพิการมาขอใช้บริการทั้งๆ ที่เวลาเที่ยงแล้ว นางก็เหวี่ยงซิ : สนิกเกอร์มั้ยเจ๊)และแน่นอนว่า เมื่อเข้าสู่สังคมของ Pantip ปั๊บ ก็เกิดการวิจารณ์เธออย่างหนักมาก (นี่ถ้าเธอเป็นดาราอาจจะถึงออกจากวงการดาราเลยทีเดียว) ทำให้คุณเธอต้องออกมาขอโทษขอโพยพร้อมบอกว่า “ถ้าเรื่องนี้เธอไม่โดน เธอไม่รู้หรอก (กระซิกๆ)” ปรากฎว่าพอเรื่องนี้เริ่มหนักเข้า เธอทนไม่ไหว จึงนำข้อความที่มีทั้ง Pantip และ Facebook ไปลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจ ในข้อหา หมิ่นประมาท แล้วก็อธิบาย ก็เราโพสหน้า Wall เราเอง ตั้งค่าความส่วนตัวเป็นเฉพาะเพื่อนด้วย ทำไม่ได้ถูกนะ เราโพสในเฟสเราก็ต้องส่วนตัวเราสิ พร้อมทั้งนำพรบ.คอมพิวเตอร์ มาตราที่ 5, 6 และ 11 มาโพสลงหน้า Facebook ตัวเองอีกด้วย เรื่องราวก็จบเพียงเท่านี้ (แต่เรื่องการโดนจิจารณ์ในโลก Social Network ก็ยังคงทำงานของมันต่อไป)เอาละ มาสู่ช่วงนี้สาระกันบ้าง เราจะดูเหตุการณ์นี้ออกเป็น 2 ข้อด้วยกัน นะครับ1. Facebook เป็นพื้นที่ส่วนตัว จริงหรือไม่ ?จริงครับ แต่คุณต้องตั้งโพสของคุณเป็น Only Me เท่านั้นนะครับ ถ้าไม่เป็น Only Me ข้อความก็จะเป็นสาธารณะทันที ทั้งนี้จะมากล่าวอ้างว่า ก็ตั้งให้เห็นเฉพาะเพื่อนอะ มันก็ต้องส่วนตัวสิ ความเห็นนี้ท่าจะผิดครับ แค่คุณรับเพื่อนเข้าใน Facebook ของคุณ มันก็ไม่เป็นส่วนตัวละครับ เพื่อนสามารถเห็นกิจกรรมบน Facebook ได้หมดเลย ไม่ว่าจะกด Like กด Share หรือทำอะไรก็ตามที่คุณไม่ได้ตั้งความเป็นส่วนตัวไว้ว่า Only Me หรือดูง่ายๆ…