Category

Review

Review

รีวิว Gogoprint บริการรับทำสื่อสิ่งพิมพ์ออนไลน์และรับงานได้ที่บ้าน!

เรื่องของเรื่องคือ Minimore กำลังหาร้านทำของที่ระลึกเป็นที่คั่นหนังสืออยู่ หาร้านทำยากมากกกก ที่ราคาถูก คุณภาพดี บริการน่าประทับใจ จนกระทั่งมาเจอกับบริการนึงชื่อว่า Gogoprint ที่รับทำสื่อสิ่งพิมพ์เยอะมากกกก และบริการดีซะด้วยนะ

No Comments
Review

รีวิว Mi 4i ฉบับใช้งานจริงๆ ไม่อิงประสิทธิภาพใดๆ

มือถือเครื่องเก่า Asus Zenfone 4.5 ซื้อต่อมาจาก @minxkung เมื่อนานโขมากแล้วหละ เริ่มมีอาการแบตไหล ใช้งานแล้วอืดมาก เลยต้องตัดสินใจหาเครื่องใหม่ซักที ตอนแรกอยากได้ Moto G มากๆ เป็นติ่ง Moto มาก่อน (เครื่องก่อนหน้า Zenfone ใช้ Moto Razr นะเออ) แต่เทพด๋อยทั้งหลายก็บอกว่า “ถ้าเอา Moto G ก็เอา Xiaomi เถอะ ราคาเท่ากันสเปคดีกว่าเห็นๆ” ตอนแรกก็เริ่มลังเลเหมือนกัน คือเราเคยเล่นแต่ rom ของมันยัดลง Moto Razr แต่มือถือนี่จะรอดมั้ยเนี่ย เห็นมันเป็นของจีน (เหอๆ) แต่เห็นพี่ที่ออฟฟิศใช้ Mi 3 อยู่ก็ไม่ค่อยมีปัญหาอะไรเลย ประจวบเหมาะว่า Mi 4i มันออกมาพอดีและมีพี่ที่ทำงานอยู่สิงคโปร์จะกลับมาพอดี ก็เลยรบกวนเค้าหอบมันข้ามน้ำข้ามทะเลมาให้จนได้ (ขอบคุณพี่ @thangman22 สำหรับการนำพามาให้นะครับ )

review-mi-4i-119

No Comments
Review

รีวิวละครไทย – นางชฎา

  • ละครแนวโรแมนติก สยองขวัญที่ได้เค้าโครงมาจากนวนิยายสยองขวัญชื่อดังชื่อเดียวกันเลย ฉะนั้นในละครที่ดูกับนวนิยายที่อ่านคนละเรื่องพอสมควร
  • เรื่องราวของริลณีสาวน้อยกำพร้าพ่อแม่ที่สวยมากๆ แต่ดวงซวยอะไรไม่รู้ที่เจอแต่แก๊งคนโฉดทั้ง 6 คิดทำร้ายตลอดเวลาแม้กระทั่ง “เพื่อนรัก” อย่างชมพูที่เป็นคู่หมั้นของเตชินก็ไม่เว้น เรื่องก็ดันวุ่นวายไปใหญ่เมื่อเตชินกับริลณีรักกัน แต่ชมพูก็ดันเป็นคู่หมั่นของเตชิน วันนึงริลณีโดนแก๊งคนโฉดพาไปทำร้าย กะว่าแค่พอให้ไม่มีหน้ามาสู้โลกได้ ชมพูก็ได้ยินแต่นางก็แค้นที่มาแย่งสามีนางไปเลย เลยสมรู้ร่วมคิดซะ ตัดภาพไปตอนริลณีจะโดนข่มขืน แก๊งโฉดดันโมโหเกินเหตุ บีบคอริลณีตาย ตั้งแต่นั้นมาก็เลยกลายเป็นผีเฮี้ยนวิญญาณโหดตามไปแก้แค้นทุกคนที่ทำให้นางตาย ไม่ได้อยู่กับเตชินทุกคน
  • ความยาวทั้งหมด 15 ตอน พาร์ทก่อนริลจะตายก็ดูกระชับดี แต่ก็ยังยืดๆ ในบางจุด ตัวละครต้องบอกว่าดูกลมเหมือนกัน รู้สึกว่าทำไมมันไม่คิดบ้างในบ้างเรื่อง โง่อะไรนักหนา ยิ่งตัวเตชินนี่ดูเป็นตัวละครไม่เคลียตั้งแต่ต้นจนจบเรื่องเลย ดูก็รู้สึกมีคำถามพอสมควร
  • ใหม่ ดาวิกาเคยเล่นบทผีๆ มาแล้วในพี่มากพระโขนง แต่บอกเลยตอนนั้นเหมือนผีสวยๆ ยืนเป็นตัวประกอบในหนังพอสมควร แต่สำหรับนางชฎา ใหม่ปล่อยพลังมาก ตั้งแต่ตอนใสๆ ยันตอนท้ายที่ขึ้นกูมึง พีคปังๆๆ สุดๆ ซึ่งบอกเลยว่าเป็นผีที่สวยที่สุดตั้งแต่ที่เคยดูมาก สำหรับคนอื่นยังรู้สึกว่าเล่นแล้วเหมือนมีอะไรในใจอยู่พอสมควร อันนี้ไม่รู้ว่ามาจากบทหรือเปล่า
  • บอกตรงๆ ว่าแอบเสียดายเวอร์ชั่นเก่าเหมือนกันที่ผีริลจะใส่ชุดรำ มันดูเฮี้ยนเอามากๆ แต่ก็อย่างว่า เรื่องพวกนี้มันละเอียดอ่อนเกิน ก็เลยได้เวอร์ชั่นนี้มาแทน
  • เพลงประกอบทั้ง 2 เพลง คิดถึง ของลิเดียและ คิดถึง ของ Peacemaker โคตรจะเข้ากับละครเรื่องนี้จริงๆ ยิ่งเพลงคิดถึงของลิเดียนี่น้ำตาซึมเลยในบางฉาก
  • ว่าด้วยเรื่องตอนจบ ผมทราบตอนจบมา 2 แบบ คือจากนวนิยายและจากคู่มือดูละครที่ขายตามเซเว่น จากนวนิยายยังไม่สปอยด์ละกันแต่จากคู่มือบอกว่าตอนจบพระเอกจะบวชให้ริลณี ดูแบบจบใสๆ ตามสไตล์ละครไทย ปรากฎว่าก่อนละครจะจบไปตามอ่านโพสต์ของคุณภาคินัย เจ้าของบทประพันธ์นางชฎาใน Facebook เค้าบอกว่าตอนจบที่ท่านๆ รู้มาไม่ได้จบแบบนั้นแน่นอน เราก็แบบ เอาหละสิ โดนละไง สรุป หักมุมชนิดรถคว่ำหลายตลบมาก เอาง่ายๆ ว่าละครไทยไม่ค่อยมีแนวนี้อะ ตอนแรกก็เดาไว้ว่าพระเอกน่าจะตายแทนชมพู ปรากฎตายแพ็คคู่เลย… เอางี้เลยนะพี่นะ
  • เอาจริงๆ ชื่อนางชฎาก็เห็นชุดไทยแค่ไม่กี่ฉากเอง นอกนั้นก็เป็นผีใส่ชุดไม่ได้ซักหลอกไปหลอกมา – –

NjpUs24nCQKx5e1DIKpiIlThWRsNfdxzxn3Q8G1ESyu

โอเคครับ สนุก ติดตามมาตั้งแต่แรกเลยแหละ คือถ้าละครผีๆ ที่ผมดูเนี่ยอันนี้ยังดูได้อยู่ ไม่ได้น่ากลัว แต่ถ้าใครอยากดูแบบผีจ๋าปังตึ๊งมาเลี่ยงดีกว่า ไม่ค่อยมีอะไรแบบนั้น สิ่งที่สนใจจริงๆ อยากรู้ว่าผีริลจะแก้แค้นยังไงมากกว่ากับปมของตัวละครแค่นั้นเอง ฮ่าๆ ลองดูครับ ละครไทยเรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่แนะนำให้ลองดูกัน น่าสนใจดี ดูย้อนหลังทั้ง 15 ตอนได้ที่นี่เลย จากนี้ลองอ่านนวนิยายดูว่าเป็นอย่างไรบ้าง เดี๋ยวจะมารีวิวให้อ่านกันนะ 

No Comments
Review

[ลองมาแล้ว] ส้มตำไทยไข่เค็ม ตรา 7 Fresh

อันว่า 7-11 ประเทศไทยนั้น ขายของตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันอาหารเจสำเร็จรูป หลายๆ คนก็คงจะสงสัยกันอยู่ใช่มั้ยว่าแล้วอะไรบ้างที่เซเว่นไม่มีขาย เรื่องของเรื่องคือทวิตเล่นกับ @lonccz @imtaiki @icez  แล้วมีเรื่องส้มตำหน้าเซเว่นหลุดออกมาจากวงสนทนา คือผมเห็นเจ้าส้มตำอันนี้ขายในเซเว่นมานานแล้วแหละ แต่พอบอกทุกคนดูไม่เชื่อ เลยแวะไปถ่ายรูปมาให้ดูซะเลย

@lonccz @imtaiki @icez อะ ส้มตำของ 7 จริงๆ ชะเอิงเงิงเงย~* pic.twitter.com/9dZ1Lui1H9
— วรยทธชลรกษ (@vVkungz) September 20, 2013


นั่นละครับ เลยเป็นที่มาของการรีวิวสั้นๆ ของ ส้มตำไทยไข่เค็ม ตรา 7 Fresh

แพกเกจของตัวสินค้าก็เป็นเหมือนพวกอาหารสะดวกซื้อทั่วๆ ไปในเซเว่นนั่นละครับ มีฟิล์มพลาสติกหุ้ม หน้ากล่องภาพลวงตามาก แบบเห็นแล้วน่ากินสุดๆ ซึ่งก็เป็นธรรมเนียมว่าจะต้องมีดอกจันทร์เล็กๆ ว่า “ภาพสินค้าตกแต่งเพื่อการโฆษณา” ส่วนประกอบและวิธีการรับประทานก็แปะไว้หน้ากล่อง เห็นตรงส่วนประกอบแล้วก็แอบขำเล็กๆ ว่าทำไมเขียนได้ละเอียดซะจนแม่ค้าส้มตำยังอายเลย ฮ่าๆ

เมื่อฉีกฟิล์มออกมาแล้วจะพบกับส่วนประกอบที่สำคัญของส้มตำทั่วๆ ไป

ในผักก็จะประกอบไปด้วยแครอท มะละกอ ถั่วฝักยาวและมะเขือเทศ 1 ลูกเหนาะๆ

ไข่เค็มก็มีขนาดเป็น 1/8 ของฟอง (จริงๆ นะ ผมว่ามันเล๊กเล็ก)

สำหรับน้ำส้มตำก็มีกระเทียม พริกแล้วก็มีน้ำส้มตำที่ผสมกันตามส่วนประกอบหน้ากล่องเลย

วิธีกินมีสองแบบอะครับผมว่านะ คือการเอาน้ำส้มตำเทใส่ช่องแล้วก็เอาส้มตำมาจิ้มกับน้ำ (ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่น่าจะมีคนทำ) กับวิธีคนสามัญชนทั่วไปคือการฉีกซองน้ำส้มตำแล้วก็ราดบนผักแล้วคลุกๆๆๆ ให้เข้ากัน

ซึ่งวิถีของส้มตำก็ต้องมีน้ำพอขลุกขลิก โดยเมื่อทานหมดก็พบว่าน้ำก็ยังเหลือนิดหน่อยคากล่อง ทั้งๆ ที่ก็คลุกอยู่ตลอดเวลา ส่วนรสชาติทั่วๆ ไป เผ็ดนิดหน่อย แต่คงไม่ทานเผ็ดก็ทานไม่ได้เลยแหละ ตอนแกะฟิล์มออกมาแล้วดมกลิ่นน้ำส้มตำตอนแรกแหม่งๆ มาก แบบกลิ่นน้ำปลามาเต็มเลย แต่พอชิมจริงๆ ผมว่ามันหวานไปหน่อย แล้วก็รู้สึกเฉยๆ กับรสชาตินะ คือปกติกินส้มตำที่เป็นรสอีสานหรือแบบที่ตำสดๆ ตลอด พอมากินของเซเว่นแล้วก็แบบ.. แก้ขัดได้ในระดับหนึ่ง (ก็มันเป็นของสำเร็จรูปนี่เนอะ) อ้อ ขอติอีกนิด จริงๆ ไม่ต้องให้ไข่เค็มมาก็ได้ครับ คือ ให้มาก็เท่านั้นอะ ผมไมไ่ด้เอาไปคลุกกับส้มตำซักกะนิด แต่ไข่เค็มอร่อยดีครับ เค็มกำลังดีเลย ส่วนผักก็กรอบดี ไม่เหี่ยวไป ถ้าให้คะแนนก็เป็น 7/10 ละกัน ส่วนราคาก็สมเหตุสมผลดี อยู่ที่กล่องละ 27 บาทเอง ใครกำลังจะแกลบๆ นี่ก็กินประทังได้อยู่นะ (ฮ่าๆ) วันไหนว่างๆ ไม่มีอะไรทำก็ลองไปสอบมากินเล่นได้ครับ กำลังดีเลย :3

ปล. : เหมือนเดิมว่าไมไ่ด้ค่านายหน้าจากใครมารีวิวนะจ๊ะ

No Comments
Review

ใบเสร็จ 7-11 มีค่าทันทีที่เล่นแอพ 7-Eleven TH

ผมรู้นะว่าหลายๆ คนไปซื้อของที่ 7-11 พอได้ใบเสร็จก็ขยำๆ แล้วก็โยนทิ้งปิ๊ว~ แต่หารู้ไม่ว่าใบเสร็จเหล่านั้นมีประโยชน์ในการเป็นส่วนลดของสินค้าใน 7-11 ได้ด้วยนะเฮ้ยย นี่รู้กันมั้ยเนี่ยยยย

เพียงหยิบมือถือ iOS หรือ Android ขึ้นมาครับ แล้วเข้าไปโหลดแอพที่ชื่อ 7-Eleven TH ซะ (iOS จิ้มที่นี่, Android จิ้มที่นี่) พอโหลดเสร็จแล้วก็เข้าแอพไปเลยครับ จากนั้นให้ทำการ Login ด้วย Facebook ก่อน เพราะมันจำเป็นอยู่นะ เอาละมาเข้าเรื่องว่าใบเสร็จเราจะมีค่าได้ยังไง

เจ้าใบเสร็จที่ได้เราจะเอามาแลกเป็นคูปองส่วนลดสินค้าในเซเว่น โดยสินค้าที่เป็นส่วนลดจะไม่ซ้ำกับพวกโปรโมชั่นที่เค้าจัดไว้แน่นอน แถมได้สแตมป์อีกตะหาก คุ้มซะยิ่งกว่าคุ้มอีกแกเอ๊ย มาๆ ดูวิธีการได้คูปองส่วนลดกันดีกว่า

พอเรา Login ด้วย Facebook แล้ว ให้ทำการเข้าแอพโดยกดปุ่ม Play แล้วเลือก รับคูปองจากใบเสร็จ (ไอ้วิธีการรับคูปองผ่านโฆษณานี่ทำยังไงก็ไม่ได้ งงเหมือนกัน -“-) จากนั้นก็เอาใบเสร็จที่เราได้จากการซื้อของกรอกตามรายละเอียดที่เค้าบอกไว้เลย เสร็จแล้วกด OK จากนั้น ก็จะพบกับ…

ทะด๊า~ ได้คูปองมาไว้ในเครื่องเราเรียบร้อยแล้ว ก็อ่านโปรโมชั่้นพร้อมวิธีการใช้ รวมถึงวันหมดอายุดีๆ นะครับ เดี๋ยวจะอดใช้คูปองกันซะก่อน วิธีใช้ก็เปิดหน้าคูปองไว้ครับ (ที่มันมีแถบบาร์โค้ดอะนะ) แล้วก็บอกพนักงานอย่างเรียบร้อยและใจเย็นว่า “ขุ่นพี่ครับ นี่คูปองลดราคาครับ รบกวนลดดราคาให้ผมด้วยนะ” พร้อมส่งตาปิ๊งๆ ไม่ใช่โว๊ย!! ของผมก็แค่วางมือถือโชว์ตรงเคาท์เตอร์เลยว่าข้าจะใช้การ์ดใบนี้โจมตีเจ้า! (ฮาไปละมึง) เดี๋ยวพนักงานก็จะยิงบาร์โค้ดแล้วก็จะลดราคาให้เราเอง

ที่สำมะคัญเจ้าแอพนี้สามารถส่งคูปองไปให้เพื่อนที่ใช้แอพเหมือนกันได้ด้วยนะ ซึ่งเพื่อนเหล่านั้นก็จะเพื่อนของเราใน Facebook ที่ Login ผ่าน Facebook เหมือนกันนั่นเอง

แต่ก่อนยอมรับว่าซื้อของแล้วไม่ทอนเงินก็เดินเชิดหน้าออกจากร้านไปเลย อาทิตย์ที่ผ่านมานี่ต่อให้คิวยาวแค่ไหน แล้วจ่ายเงินพอดีก็ต้องเอาใบเสร็จจากพนักงานให้ได้ ซึ่งหลายเช้าแล้วที่ผมกินเบอร์เกอร์ข้าวเหนียวด้วยราคา 21 บาท พอได้ใบเสร็จก็เวียนมาแลกคูปองอีก สบ๊าย สบาย แถมได้สแตมป์อีกตะหาก เอาไปลดสินค้ารอบหน้าได้อีก โฮฮฮฮ ทุนนิยมนี่มันสบายเกินไปแล้ววววววว

ปล.๑ นี่ไม่ได้ค่านายหน้านะ แต่อยากให้รู้ว่ามันคุ้มจริงๆ นะเว้ยยย
ปล.๒ 7 วันเย็นเย็นนี่ตัวดีเลย พนักงานขายนี่ไม่รู้โดนเสี่ยตันจ้างทั้งประเทศหรือเปล่า เชียร์ให้ซื้ออยู่ได้ นี่ก็บ้าจี้กินซะเกือบทุกวัน /เบาหวานขึ้นแปบ

No Comments
Review

รีวิวลวกๆ กับของขวัญวันแม่ Acer Liquid Z3

เลยวันแม่มานานแสนนาน ปกติทุกปีผมจะส่งไปรษณียบัตรให้แม่ตลอด มีปีนี้ที่เจอสถานการณ์งานรุมจนไม่มีเวลาส่งให้แม่จนได้ แต่ก็คิดว่าย้ายที่ทำงานก็จะส่งให้แม่เหมือนเดิม ทีนี้ขอเล่าสั้นๆ ก่อนว่า แม่คุยว่าอยากได้มือถือใหม่มานานแล้วเพราะอีเครื่องเก่ามันก็เริ่มแย่ (ย้อนไปอ่านได้ที่ จับผิดมือถือจีน ) แล้วหลังๆ ท่านก็เริ่มติดทั้ง Facebook ทั้ง Line (ฮา) แม่โทรมาบอกว่าสนใจเจ้า Acer Liquid Z3 ที่ AIS มากๆ เห็นมีโปรโน่นนี่นั่น เราก็ว่าเออดีเหมือนกัน ถูกแถมสเปคแรง แต่หน้าจอมันก็เล็กไปหน่อย เมื่อวานก็เลยไปซื้อกับแม่ แล้วปรากฏว่าคนที่ AIS Shop เยอะมากกก ไปถามที่ Telewiz ก็ไม่มีเลย เครื่องหมดเกลี้ยง แม่ไม่รอก็เลยถอดใจไม่เอาแล้ว วันนี้เป็นอันดีเลยแอบแม่ไปซื้อมาให้เป็นของขวัญวันแม่ซะเลย อิอิ โอเคแพล่มมานาน ไปดูกันว่ารีวิวลวกๆ ของผมในแง่ของผู้ใช้วัย 50 อัพจะเป็นยังไง

Acer Liquid Z3 
สำหรับเรื่องสเปค ถ้าพูดคร่าวๆ ผมว่ามันโคตรแรงเลยนะในราคาเบาๆ แค่ 2,590 บาท แถมใส่ได้ตั้ง 2 ซิม ใส่ SD Card เพิ่มได้อีกตะหาก! หน้าจอมีขนาด 3.5 นิ้ว (สำหรับผมเล็กโคตร! สำหรับแม่บอกกำลังดี แต่ตัวเล็กไปนิด) ให้ Android 4.2.2 Jelly Bean มาติดเครื่องเร็วปรู๊ดปร๊าด กล้องหลัง 3 ล้านพิกเซล ไม่มีกล้องหน้า แต่มี LED Notification ทดลองโทรเข้าออกเสียงใช้ได้เลยครับ  สำหรับสิ่งที่ AIS ให้มาก็จะมีที่ชาร์ท (เป็นหัวชาร์ท+สาย) Cover ปิดหน้าจอซึ่งติดกับเครื่องเลยแกะไม่ได้ (แม่ชอบ ผมไม่ชอบ) ซิม AIS 3G แบบเติมเงิน หรือ 12Call นั่นเอง ละก็ขาดไม่ได้ ตัวเครื่อง Acer Liquid Z3 นั่นเอง (ไม่มี SmallTalk และไม่ติดกันรอยมาให้นะจ๊ะ)
เล่าถึงการซื้อเครื่องกับ AIS ก่อนละกัน คุณสามารถซื้อเครื่องเปล่าได้เลยนะครับ ไม่ต้องติดโปร ติดซิม ติดค่าย ราคาเครื่องคือ 2,590 บาทอย่างที่บอกไว้ข้างต้น ไปถึงก็บอกเค้าเลยว่าซื้อเครื่อง Acer นี่แหละ เอาเข้าจริงถ้าซื้อร้านตู้ก็ได้นะครับ แต่ผมไม่แน่ใจว่าราคาจะลดลงมาอีกมั้ย แต่เชื่อว่าซื้อกับ AIS ก็น่าจะสบายใจแถมมีโปรโมชั่นให้ด้วย นั่นคือโปร iSmart จะลดเหลือ 50% อันนี้ก็แนะนำให้อ่านเพิ่มเติมที่นี่นะครับ

ภายในเครื่องก็เป็น Android จ๋าๆ มาเลย แล้วก็มีแอพของ AIS ที่ลงมาให้พร้อม ที่สำคัญมีแอพตัวนึงที่น่าจะโดนใจพ่อแม่แน่นอน เป็นแอพที่ใช้ตั้งค่าหน้าจอของมือถือครับ คือมันสามารถเลือกได้ 4 แบบ ดังนี้
โหมดพื้นฐาน – หน้าจอก็ล็อคแค่เบอร์โทรคนสำคัญแล้วก็ใช้ส่ง sms ได้แค่นั้น โทรไปเบอร์อื่นไม่ได้เหมาะสำหรับเด็กๆ ใช้
โหมดขั้นสูง – ก็จะมีแอพเสริมสำหรับผู้สูงอายุขึ้นมานอกนั้นก็จะเหมือนกับของเด็ก อ้อโทรออกได้ด้วย
โหมดแป้นพิมพ์ – อันนี้ก็เหมาะกับคนที่เพิ่งเปลี่ยนมาใช้แบบจอสัมผัสครับ แต่ก็ยังมี Nunpad ขึ้นมา คือกดเบอร์โทรออกได้เลย ไม่ต้องเข้าแอพโทร แล้วก็มีเมนูรวมของแอพต่างๆ ให้กดเข้าไปได้
โหมดคลาสสิก – โหมดนี้ก็เหมือนเราใช้ Theme แบบที่เค้าแยกแอพให้เราไว้แล้ว อันนี้จะเหมาะกับผู้ที่อยากใช้งานแบบง่ายๆ สบายๆ
สำหรับโหมดพื้นฐานกับโหมดขั้นสูงจะมีการล็อคพิน หมายถึงว่าการใช้แอพนี้ครั้งแรก มันจะให้เราตั้ง Pin 4 หลักครับ ก็ตั้งไป ทีนี้ถ้าเราให้ลูกหลานหรือผู้ใหญ่ใช้โหมดใดโหมดหนึ่งที่บอกไป แล้วเกิดเข้าการตั้งค่า มันก็จะถาม Pin ที่เราตั้งไว้ตั้งแต่แรก ทีนี้เค้าก็จะไม่สามารถตั้งค่าอะไรได้นั่นเอง
มาดูที่กล้องกันดีกว่า น่าจะเป็นขวัญใจของแม่ๆ ทั้งหลายที่ชอบถ่ายภาพ กล้องที่ติดมาให้คือ 3 ล้านพิกเซล กำลังดีเลยแหละในราคานี้ ทีนี้ลองถ่ายดู ก็ได้ภาพตามด้านล่างเลยครับ ถ้าถ่ายด้วยมุมปกติถือว่าชัดอยู่นะ แต่พอซูม 2.0 และ 4.0 เท่านั้นแหละ แตกเลย ฮ่าๆ ปกติๆ
ภาพปกติ

ภาพซูม 2.0

ภาพซูม 4.0
โอเคครับ ก็ถือว่ารีวิวแบบลวกๆ ละกัน เพราะถ้าเอาให้ละเอียดกว่านี้ก็ต้องรอให้แม่ใช้ไปนานๆ ก่อน แต่โดยรวมก็ถือว่าถ้าซื้อให้ผู้ใหญ่ใช้หรือให้เด็กช่วงวัยมัธยมใช้ โอเคสุดๆ แต่ถ้ามีเงินเดือนกินเองแล้วหาตัวท๊อปๆ เล่นดีกว่าครับ ฮ่าๆๆ
No Comments
Review

[ลองมาแล้ว] CheQinn Hostel

อาทิตย์ก่อนได้ไปตะลอนในกรุงเทพฯ อีกแล้วครับ รอบนี้ก็ไปที่โฮสเทลเช่นเคย คราวนี้มีอยู่ที่นึงครัว คือเล็งไว้ก่อนที่จะไปนอนที่ หลับดีโฮสเทล ซะอีก นั่นคือ CheQinn Hostel (เช็คอิน โฮสเทล) สุขุมวิท 4 นานา ครับ


สำหรับ CheQinn Hostel นั้น ตั้งอยู่ในซอยบนถนนสุขุมวิท 4 นานา ครับ เดินทางไม่ยาก ทางเข้าที่นี่จากปากซอยตอนกลางวันนี่ดูเงียบสงบหน่อยๆ แต่ถ้าตกกลางคืนเมื่อไหร่ ฝรั่งเอย สาวไทย(นั่นแหละ)เอย เดินกันให้ขวักไขว่ ขอทาน ร้านอาหาร บลาๆๆ จัดเต็มมาก เอาละ ข้ามช็อทนั้นไป

ที่เช็คอินจะเป็นเหมือนตึกแถวครับ อยู่ในซอยเล็กๆ เดินจาก BTS นานาไม่ไกลมาก หาทางเข้าสุขุมวิทซอย 4 แล้วเดินตรงเข้ามาเลย (หน้าซอยจะมีปั้มที่มี Mc และ 7-11) พอเดินเข้ามาให้มองหา 7-11 ขวามือแรก ถ้าเจอแล้วเยื้องๆ กันจะมีซอยเล็กๆ เดินเข้าซอยนั้นแล้วเดินสุดซอยก็จะเจอเลยครับ

ส่วนห้องนั้นที่นี่จะแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ Sleepover, Joy และ BKK ห้อง Joy จะเหมือนกับ Sleepover แต่จะมี 6 เตียง ส่วน BKK จะเป็นห้องพักแบบ Private แพงกว่าแต่สิ่งอำนวยความสะดวกเยอะมาก ห้องที่ผมพักจะเป็นแบบ Sleepover ครับ ห้องนี้จะมีเตียง 2 ชั้น 4 เตียง (รวมเป็น 8) แต่ละเตียงจะมีที่เขียนหนังสือ ปลั๊กไฟ 1 รูและสวิทซ์ไฟ ส่วนแอร์ภายในห้องจะมี 2 ตัวครับ เลือกปรับเองได้ ช่องเก็บของจะเป็นแบบลิ้นชักกว้าง เก็บของได้เยอะ มีกระจกตรงระเบียงให้สามารถมองออกไปชมวิวข้างนอกได้ ส่วนราคาตอนนั้นจองผ่าน Agoda ที่คืนละ 321 บาท (จากคืนละ 380 บาท)ถูกโคตร!

การตกแต่งภายในจะเน้นเรียบง่ายและเน้นสีแดงเข้มๆ ชั้นล่างจะมีบาร์และมุมพักผ่อนให้พอสังสรรค์กันได้ มีลิฟท์เอาไว้ใช้อำนวยความสะดวกของผู้พักห้องแบบ BKK เพราะเค้าจะอยู่ชั้น 4 กัน ส่วนห้องน้ำจะแบ่งเป็น 2 ชั้น ชั้น 2 จะเป็นของผู้ชาย ส่วนชั้น 3 จะเป็นของผู้หญิง ภายในห้องน้ำมีไดร์เป่าผมให้ด้วย ส่วนห้องอาบน้ำเป็นเครื่องทำน้ำอุ่นปกติครับ ไม่มีสบู่ให้นะ อ้อ เรื่องผ้าเช็ดตัวที่นี่ก็มีให้เช่า 50 บาท/ผืน แต่มีค่าประกันผืนละ 150 บาทนะครับ อย่าทำผ้าเค้าหายกันละ

ส่วนทีวี ตู้เย็นเก็บของหรือตู้แช่ก็ไปแช่ได้ที่ชั้น 1 นะครับ มี Wifi Internet ความเร็วพอใช้ทุกชั้น ทุกห้องจะเป็นคีย์การ์ดเข้าห้องหมด มัดจำบัตร 200 บาท

ที่นี่ถ้าคุณมาพักในช่วงที่เค้าเป็น Hi Season อาจจะพบเจอกับเพื่อนชาวต่างชาติคละเพศกันไปนะครับ เพราะที่นี่เค้าจะไม่มีโซนสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ แต่เค้าจะพยายามจัดให้ไม่เจอกันแน่นอน พนักงานที่นี่อาจจะน้อย แต่ก็ถือว่าบริการโอเคมากๆ เลยละครับ อ้อ เห็นที่บอกว่าทางเข้าเป็นที่อโคจรก็จริง แต่ที่พักนี้รับรองว่าเงียบสงบมาก และปลอดภัยแน่นอนครับผม :3

เว็บไซต์ : http://www.cheqinn.com/
Facebook : https://www.facebook.com/CheQinn

No Comments
Review

[ลองมาแล้ว] หลับดี โฮสเทล @ สีลม


ผมเป็นคนนึงที่ชอบไปเที่ยวคนเดียวตามที่ต่างๆ แล้วจะหาที่พักที่เอาไว้อาบน้ำ พักผ่อนแล้วก็นอนไปเลย คือไม่ต้องการบริการเสริมอื่นๆ เมื่อสองสามวันก่อนได้ไปทำงานที่กรุงเทพฯ ครับ ไปเจอที่พักที่นึงที่เค้าการันตีว่าเจ๋งและดีที่สุดสำหรับ Backpacker อย่าง หลับดี โฮสเทล (Lub D Hostel)



เห็นคำว่า โฮสเทล(Hostel) แล้วอย่าเพิ่งตกใจว่าคือม่านรูดนะครับ โฮสเทลจริงๆ ถ้าพูดง่ายๆ ก็คือที่พักแบบซุกหัวนอนไปทีนั่นแหละ สำหรับ หลับดี โฮสเทล นั้น เป็นโฮสเทลของนัก Backpacker อย่างดีเลยครับ ที่นี่จะมีสองสาขา สาขาแรกอยู่ที่สีลม และสาขาสองอยู่ที่สยาม แต่ผมเลือกที่จะพักอยู่สีลมเพราะเป็นสาขาแรกและเค้าบอกว่าแถวนั้นสงบดี หาข้อมูลอยู่นาน พบว่านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจะนิยมมาเข้าพักกัน ฉะนั้นวันที่ผมเข้าพัก จึงมีแต่ฝรั่งเต็มไปหมด จะมองหาคนไทยก็มีแต่พี่ๆ พนักงาน


หลับดีที่สาขาสีลมและสยามจะมีห้องเหมือนกันครับคือ Dorm, Lady’s Dorm, Twin Private และ Double Bed แต่การตกแต่งภายในจะต่างกัน ส่วนของสีลมนั้นจะเป็นการตกแต่งสไตล์นักท่องเที่ยวจริงๆ ดูแล้วเท่มากๆ



ข้างหน้าทางเข้าจะพบกับก้นช้างไว้ถ่ายรูปเล่น บาร์โดนัท ตรงนี้จะมีอาหารและเครื่องดื่มขาย เดินเข้าไปข้างในก็จะเจอพื้นที่พบปะสังสรรค์กัน รวมถึงฟร้อนท์และโซนเล่นเน็ทฟรี





ผมพักในห้องแบบ Dorm คือเป็นห้องๆ นึงที่มีเตียง 2 ชั้นอยู่ 4 เตียง รวมแล้วห้องนึงก็นอนกันได้ 8 คน คืนละ 420 บาท ผ้าเช็ดตัวมีให้เช่าครับ 50 บาท/ผืน มี Free Wifi ให้ใช้ 1 account ใช้ได้ทั้งโรงแรม พอเช็คอินแล้วจะได้ Label ผูกกับเตียงและคีย์การ์ด ซึ่งคีย์การ์ดที่ได้มีความสำคัญมากเพราะเข้าไปโซนที่พักก็ต้องแตะบัตร เข้าห้องนอนก็ต้องแตะบัตร จะใช้ไฟที่เตียงก็ต้องเสียบบัตร มีค่ามัดจำบัตร 100 บาทครับ


ทางขึ้นห้องจะมีหนังสิอให้หยิบยืมไปอ่านได้ อีกทั้งมี Locker รวมและตู้เย็นรวม เอาไว้แช่ของกินได้ (อย่าลืมแปะติ๊กเกอร์ชื่อเราด้วย เดี๋ยวมีคนหยิบไป)





ที่พักจะมี 3 ชั้นครับ (ไม่นับชั้นแรกนะ) ชั้นสองเป็นห้องพักแบบ Dorm หญิงกับชายนอนปนกันได้ ห้องนึงนอน 8 คน ชั้นสามเป็นห้อง Twin Private เป็นเตียง 2 ชั้นแต่มีโต๊ะเขียนหนังสือด้วย ชั้นสี่เป็นโซน Lady’s Dorm ที่ผู้ชายก็เข้าไม่ได้เพราะต้องใช้คีย์การ์ดโซนนี้โดยเฉพาะ เค้าบอกว่าห้องนึงนอนได้ 6 คน และมีห้องแบบ Double Bed เป็นห้องที่ส่วนตัวที่สุดละ มีทีวี ห้องน้ำในห้อง เตียงกว้างด้วย แต่ราคาก็จะแพงสุดต่อคืน ส่วนห้องแบบอื่นจะเป็นห้องน้ำรวมครับ แยกชายหญิง ห้องน้ำสะอาดมากกกก ห้องน้ำยังน่านอนเลย ฮ่าๆ แบ่งเป็นสัดส่วนอย่างดี แถมติดแอร์ด้วย!!! คนขี้หนาวอย่างผมนี่สั่นเลยอาบน้ำเสร็จ ในห้องน้ำก็มีแชมพูกับสบู่ 2 in 1 ให้ด้วย









กลับไปที่โซนห้องนอนครับ ในห้องจะมี Locker ให้ แต่ไม่มีแม่กุญแจนะ ต้องหาเอง สามารถเลือกเตียงไหนก็ได้ ว่างก็เอา Label ไปผูกกับเตียงเลย เครื่องนอนจะมีหมอนกับผ้าห่ม 2 แบบ หนากับบางแล้วแต่คนชอบ มีไฟด้วยเล็กแต่สว่างพอจะอ่านหนังสือได้ สวิทซ์ ปลั๊กไฟและช่องเสียบคีย์การ์ด รวมถึงที่วางของให้ด้วย








ที่ชั้นสองจะมีห้อง Mini Hometheatre ให้ด้วย เอาไว้นอนดูทีวีหรือหนังกับเพื่อนคนอื่นที่พักอยู่ในโรงแรมเดียวกับเรา



การออกแบบลายที่พักจะเน้นเรื่องการท่องเที่ยวจริงๆ ครับ แถมนำเสนอความเป็นไทยแบบสุดๆ
โดยรวมถือว่าโอเคแบบสุดๆ เลยนะ พี่ๆ พนักงานที่นี่ก็น่ารักดีนทุกคนครับ ขนาดแม่บ้านเข้ามาทำความสะอาดห้องน้ำยังทัก Good Morning กับฝรั่งที่ยืนแปรงฟันเลย แถมพี่ๆ ที่ดูแลที่นี่ก็น่ารักมาก ช่วยดูแลผมเรื่องการเข้าพีกเป็นอย่างดี


สำหรับใครสนใจอยากเข้าพักบ้างที่สาขาสีลม ถ้าไม่มีรถแบบผม ให้ลง BTS ช่องนนทรี ออกทางออกที่ 3 เดินตรงมาเจอสี่แยกเลี้ยวซ้าย เดินต่อมาอีกนิดเจอสามแยกกับป้าย หลับดี หน้าปากซอย ข้ามถนนเดินเข้าไปเลยครับ อ๊ะ!ลืมบอกไป walkin ไม่ได้นะครับ ต้องโทรไปจองนะ เพราะลูกค้าเค้าเยอะจริงๆ ยังไงใครกำลังหาที่พักผ่อนแบบเงียบๆ หรืออยากเจอมิตรภาพใหม่ๆ เชิญได้ที่ หลับดี บางกอก สีลมนะครับ เดี๋ยวคราวหน้าถ้ามีโอกาส จะไปลองที่สาขาสยามดู เค้าบอกว่าเจ๋งกว่านี้อีก! :3

ปล ๑. ภาพถ่ายที่รีวิวมาอาจจะงึกๆ งักๆ ไปซักหน่อยเพราะถ่ายก่อนกลับ แถมต้องถ่ายดีๆ เดี๋ยวฝรั่งมะเหงกหัวก่อนกลับเอาได้ – -“

ปล. ๒ : ต้องขอบคุณพี่ที่ตอบเรื่องที่พักในเฟสของ Lud D มากๆ เป็นกันเองสุดๆ ช่วยเหลือเต็มที่ ตอบทุกคำถามจริงๆ ถ้าพี่ได้มาอ่าน ต้องขอขอบคุณมาก ณ ที่นี่อีกทีนะฮะ 😀

No Comments
Review

เมื่อจับโคอะลามาร์ชมาเขย่าๆๆๆๆ

เคยดูคลิปใน Youtube อันนึงครับ เค้าเอากล่องโคอะลามาร์ชมาเขย่าๆ แล้วมันก็กลายเป็นก้อนกลมๆ โคตรมหัศจรรย์พันลึกมาก วันนี้เลยลองไปซื้อแล้วมานั่งเขย่าๆ ดู

*ดูคลิปผมเขย่าก็ไม่ต้องสนใจเสียงพูดนะ กำลังท่องข้อสอบกันอยู่ 555*

ผลปรากฎว่า…

ได้อย่างที่เห็นเลยครับ เป็นก้อนกลมๆ ติดกันเลย จริงๆ ถ้าเขย่านานกว่านี้แล้วแรงเขย่ามีความสม่ำเสมอ อาจจะออกมาเนียนสวยกว่านี้แน่นอน (พอดีใจร้อนไปหน่อย พอมันเริ่มเป็นก้อนแกะเลย 555) ถ้าใครอยากรู้ว่าเป็นจริงมั้ย ก็ซื้อมาลองได้เลยครับ ซื้อเสร็จเขย่าเลย ส่วนรสชาติ อร่อยดี 5555
ปล. เขียนบล็อกสั้นๆ แบบนี้ดีกว่า ประหยัดแรงดี 5555

No Comments