Category

Experience

Experience

สวัสดีปี 2561

สวัสดีเอื้อยอ้ายทุกท่านที่ยัง subscribe บล็อกนี้อยู่ครับ คิดว่าอาจจะมีบางท่านแอดฟีดบล็อกนี้ไว้ใน Reader มันก็คงไปโผล่ที่ไหนซักแห่งแน่ๆ 555 แล้วก็ขอสวัสดีปีใหม่ทุกท่านอีกครั้งนะครับ ปีจอโฮ่งๆ พุทธศักราช 2561 หรือคริสตศักราช 2018 หรือ รัตนโกสินทร์ที่ 237 หรือ (พอแล้ว!)  ปีนี้ขอให้มีความสุขมากๆ กันถ้วนนะครับ 🙂

โอ้โห… พอเหลือบไปมองตัวเลข post ในบล็อกแล้วก็พบว่า ไม่ได้เข้ามาเขียน 1 ปีเต็มๆ … วดฟฟฟฟฟ ก็ไม่ได้หายไปไหนมาหรอกครับ งานมันเยอะ แล้วก็จัดการตัวเองไม่ได้เลยปีที่แล้ว เละเทะสุดๆ ถ้าใครแว๊บๆ เข้ามาเมื่อปีก่อนก็จะเห็นว่าบล็อกมันเละๆ ซักพักมันก็เปลี่ยนธีมอีกละ ซักพักมันก็มีบทความประหลาดๆ มาจากไหนวะ นั้นแหละครับ… ความสันดานเสียของผมเอง แบบ เอ้ะ เข้ามาละ แก้ๆ ไม่ทำแม่งละ ปิดจอ พอเปิดมาใหม่ จะแก้ธีมใหม่ ไม่เอาละ พอ อยู่เงี๊ยะ! ปีที่แล้วบล็อกก็เลยตายห่าสนิทไปเลย ฮืออ

No Comments
Experience

เวลาไม่ไหลย้อนกลับ

กลางสัปดาห์อ่านนิยายเรื่องนึงที่เกี่ยวกับชีวิตมหาลัยจบไป เรื่องนี้ตอนจบก็ไม่มีอะไรมาก ฟินไปตามระเบียบ แต่ก็มีเรื่องการเรียนจบห้อยมาหน่อยๆ พอจะนอนก็อ่านการ์ตูนอีกเรื่องใน Webtoon ปรากฎว่าจบเหมือนกัน การ์ตูนก็เกี่ยวกับชีวิตในวัยมัธยม ตอนท้ายของเรื่องได้กล่าวถึงการจากลาในช่วงมัธยม ผลคือทั้ง 2 สิ่งทำให้เกิด effect กับเราเฉยเลย คือตื่นเช้ามาเราคิดถึงเวลาในอดีตตลอดเวลา จนถึงตอนนี้(ที่เขียน)ก็ยังรู้สึกเป็นอยู่ ไม่รู้ทำไมเหมือนกันนะ

No Comments
Experience

แค่มี LinkedIn ก็ทำ Resume ได้สวยๆ ด้วย Resume Builder

วันนี้มี Tool มาแนะนำตัวนึง ชื่อ Resume Bulider ทำโดยคุณ Rowan Hogan ความเจ๋งคือ แค่เอาชื่อ LinkedIn กรอกลงไป ระบบจะเอาข้อมูลที่เราใส่ไว้ใน LinkedIn ทั้งหมดมาจัดเรียงในหน้ากระดาษ A4 ให้สวยงาม ที่เหลือเราก็ปรับแต่งฟอนท์ในเอกสาร หรือเลือก Layout ที่ต้องการใหม่ (ตอนนี้มีให้เลือก 3 แบบ) ใส่ข้อมูลที่อยากให้คนอื่นรู้อีกนิด เสร็จแล้ว Export เป็น PDF หรือสั่งพิมพ์ได้ทันที ลองไปใช้งานกันดูครับ ดีงามพระรามร้องกรี๊ดเลย 

http://resumebuilder.rowanhogan.com

จับภาพหน้าจอ 2558-09-25 เวลา 21.35.05

จับภาพหน้าจอ 2558-09-25 เวลา 21.35.20

 

No Comments
Experience

ประสบการณ์ครั้งแรกของผม(กับการเปิดบัญชี Beat Banking)

เรื่องของเรื่องเกิดจาก @wadkung พูดเรื่อง Beat Banking เมื่อหลายวันก่อน ตอนแรกเราเองก็ไม่ได้สนใจหรอกนะ เพราะคิดว่ามันคงเป็นเหมือนบริการแจ๋วของ Dtac นั่นแหละ พอได้คุยกับผู้ใช้จริงจากวัดคลุงแล้ว ก็พบว่ามันดีมากๆ เช่น

ที่เราสนใจสุดก็คือบิล AIS ลด 10% แหน่ะ ลดเยอะนะคุณ ก็เลยหาทางสมัครละกัน พออ่านในเว็บ https://www.beatbanking.com/ แล้วก็พบว่า ทำไมมันสมัครยากกว่า ME by TMB อีก… ก็เลยไม่เอาละกัน แต่ว่าวันนี้ (27 มิ.ย.) ออกมาข้างนอก อยู่ๆ ก็อยากสมัคร เลยอ่านใหม่ให้เข้าใจว่ามันคืออะไร แถมถาม @BehemortHz เจ้าพ่อรีวิวให้รู้เรื่อง ก็มาขอสรุปคร่าวๆ ว่า

Beat Banking เป็นบริการธนาคารออนไลน์ดำเนินการโดยธนาคาร CIMB ลักษณะการใช้งานเหมือน ME by TMB นั่นแหละครับ กล่าวคือไม่มีสมุดบัญชี ใช้งานผ่านระบบออนไลน์ล้วนๆ มีดอกเบี้ยให้ด้วย ดอกเบี้ยคิดเป็นรายวัน จ่ายเป็นรายเดือน แต่ต่างกับ ME หลายๆ จุด เช่น ร่วมมือกับเครือข่ายมือถืออย่าง AIS เพื่อช่วยให้การใช้งานใช้ได้สะดวกมากขึ้นผ่านแอพ mPay ก็คือบัญชีของ Beat จะรวมกับ mPay เลย ทำให้จ่ายบิล โอนเงินได้ด้วยแอพนี้ และอีกจุดคือ Beat Banking ก็คือบัญชีออมทรัพย์ดีๆ นี่แหละ เค้าเลยมีบัตร ATM มาให้ด้วย ทำให้สามารถถอนเงินได้ผ่านตู้ ATM ของ CIMB มันเจ๋งตรงนี้แหละ! ส่วน statement จะถูกส่งมาที่อีเมลทุกๆ เดือน ทำให้เราสามารถนำ statement ที่ส่งมาไปใช้งานได้ครับผม

fb

No Comments
Experience

กับคนขายประกัน

คุณแม่ช่วงนี้ป่วยออดๆ แอดๆ ตามประสาคนอายุมากขึ้นแล้วหนะครับ ตอนนี้สนใจอยากทำประกับสุขภาพให้แม่มากๆ เพราะเรากลัวว่าถ้ามีเหตุฉุกเฉินเราไม่อยากเอาแม่เข้าโรงพยาบาลรัฐและไม่อยากหาเงินก้อนเบ้อเร้อมาจ่าย ทีนี้แม่รู้จักกับคนขายประกันเจ้านึงเป็นเพื่อนแม่นั่นเอง ตอนแรกเค้าก็ส่งเบี้ยประกันผ่าน LINE แม่มาให้อ่าน เราก็นั่งอ่านแล้วก็ไม่เก็ตแฮะว่าหมายความว่ายังไง เลยนัดให้เพื่อนแม่มาคุย เค้ามาถึงก็กาง iPad ช้งเช้งๆ พูดเร็วมาก… (เค้าก็ถามนะว่าพี่พูดเร็วมั้ย คือเราอยากตัดจบไวๆ ไง เลยตอบไปว่าไม่เร็วหรอก ฮ่าๆ)

No Comments
Experience

ประสบการณ์ครั้งแรกของผม(กับการทำ Passport)

จั่วหัวบล็อกรอบนี้มาซะสยิวเลย คือเรื่องของเรื่องมีเหตุได้ไปธุระที่ต่างประเทศ แล้วตั้งแต่เกิดมาก็ไม่มีหนังสือเดินทางหรือ Passport เป็นของตัวเอง เพราะคิดว่ากว่าจะได้ไปต่างประเทศก็โน่นนน เก็บเงินไปเที่ยวเองละมั้ง ไปๆ มาๆ มีเรื่องให้ได้ไปจนได้ ซึ่งผู้จัดงานส่งฟอร์มการเข้าร่วมงานมาให้กรอกก่อนวันที่ 23 เผอิญว่ามานั่งกรอกวันที่ 23 นั่นแหละ ก็กรอกไปเพลินๆ ซักพักถึงกับชะงักเมื่อเห็นว่ามีช่อง Passport ID กับ Passport Expire Date ด้วย เวรละไงตู ไม่มี Passport ทำไงดี เวลาตอนนั้นก็เกือบ 11 โมงซะด้วยสิ พี่อีกคนที่ไปด้วยก็บอกเลือกเลย “บางนากับปิ่นเกล้าไปไหน ไปช้าคนเยอะนะ” อีกอย่างไปทำก็ได้เลข Passport เลย เวลานั้นตัดสินใจยากมากเพราะมันไกลจากลาดพร้าวทั้งสองที่เลย ตอนนั้นเองพี่ๆ ที่ออฟฟิศจะออกไปพบลูกค้าที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะพอดี ก็เลยขอเกาะรถพี่เค้าไปด้วย (ขอบคุณอย่างแรงมา ณ ที่นี้นะครับ) ก็เลยเสี่ยงดวงไปละกัน ไปรอก็รอ (ก่อนหน้าได้ยินกิตติศัพท์เรื่องการทำ Passport มาว่าคนเยอะ รอนานมาก บลาๆๆ ก็เลยทำใจล่วงหน้าไว้ละ) พี่ Co-Project ก็ให้เตรียมเอกสารพวกสำเนาทะเบียนบ้านกับสำเนาบัตรประชาชนไปด้วย ก็หยิบไป

ที่อยู่กรมการกงสุล

ตัดภาพไปตอนที่อยู่หน้ากรมการกงสุล ณ เวลา 12.20 น. ไปแบบงงๆ (คนมันไม่เคยนี่หว่า -//-) (อย่าไปที่ศูนย์ราชการนะครับ เค้าทำ Passport เฉพาะข้าราชการกับหมู่คณะเท่านั้น ทำคนเดียวให้มาที่กรมการกงสุลนะจ๊ะ) ก็เข้าไปรับบัตรคิวก่อน เค้าก็ขอบัตรประชาชนไป ก็ได้บัตรคิวกับเอกสารที่ต้องกรอกมา 1 ใบ ตอนนั้นคิวที่ 950 กว่าๆ เราได้ 1004 ตอนนั้นก็คิดว่า บ่ายละมั้งกว่าจะได้ทำ ปรากฎว่าคิวมันไหลแบบพรวดๆ เลย เพราะคิวผมถึงประมาณ 12.35 น. เค้าก็ตรวจเอกสารหน้าห้องแล้วก็ให้ไปวัดส่วนสูงแล้วก็เข้าช่องไปทำเรื่องต่อ ตอนนั้นพวกเอกสารกับความพร้อมนี่เต็มที่นะ แต่หน้าโคตรไม่พร้อมอะ หัวฟูๆ หนวดเฟิ้มๆ เห็นหน้าตัวเองบน Passport ก็แบบ…. orz (พี่คนทำเอกสารยังบอกเลย ภาพเป็นขาวดำนะคะ ไม่ต้องห่วง ฮืออ) ระหว่างทำเอกสารเค้าก็ไม่เอาเอกสารอะไรที่เราเอาไปเลย ฉะนั้น ใครจะไปทำ ไม่ต้องเอาเอกสารอะไรไปนะครับ เค้าลิ้งค์ข้อมูลจากบัตรประชาชนเราหมดแล้ว (กว่าจะหมดยุคการทำสำเนาเอกสารนี่นะ -*-) ก็ถ่ายรูป สแกนนิ้วกันไปตามระเบียบ พอเสร็จก็ไปจ่ายตัง ค่าทำ 1000 บาท อันนี้เฉพาะค่าธรรมเนียมที่ทำ Passport นะ ถ้าจะมารับเองก็รอ 2-3 วันมาเอาที่กรมการกงสุลได้เลย ส่วนใครที่จะให้เค้าส่งไปที่บ้านก็เขียนที่อยู่ที่จะให้เค้าส่งไปที่หลังใบเอกสารตอนเรารับบัตรคิวอะครับ (จำไม่ได้จริงๆ ว่าไอ้ใบนั่นเค้าเรียกอะไร T-T) ก็จะส่งเอกสารมาให้ที่อยู่ที่เราระบุไว้เลย เสียค่าส่งเพิ่มอีก 40 บาท ง่ายมาก!

เบ็ดเสร็จระยะเวลาในการทำวันนั้น ไม่เกิน 30 นาทีครับ ส่วนเรื่องส่งมาบ้าน ผมไปทำวันอังคาร ได้วันเสาร์สดๆ ร้อนๆ เลย ปุ๊บปั๊บรับโชคมาก คือช่องทำที่กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะช่องเยอะมากกกก มากจริงๆ ก็เลยทำให้คิวเร็วตามไปด้วย แต่ถ้าใครจองคิวออนไลน์ไว้ในเว็บก็อาจจะเร็วขึ้นไปอีก ไม่ต้องนั่งรอเรียกคิวนั่นเอง ส่วนเอกสารนั้นไม่ต้องเอาอะไรไปเลยครับ เอาบัตรประชาชนไปใบเดียว พร้อมการแต่งตัวที่สุภาพก็พอ เพราะเค้าจะถ่ายรูปเราแปะไปที่ Passport ด้วยนั่นเอง

No Comments
Experience Social Network

คุยกันแบบถอกๆ กับงาน FaceBlog Talk ครั้งที่ … 1 !!!

เว็บ FaceBlog.in.th นี่ก็เกิดขึ้นมาได้นานละ มาวันนี้ก็ได้ฤกษ์งามยามดี จัดงานพูดคุยกับสนุกๆ กับงาน FaceBlog Talk ครั้งที่ 1 ณ Muchroom Coworking Space ขึ้นมา ก็ผ่านพ้นไปด้วยดีครับ เจ้างานอย่างพี่เดือน (@buumoon) ก็ยิ้มแก้ฉีกกันไปสิ

รายละเอียดงานจริงๆ ก็ไม่มีอะไรมากครับ เป็นงานที่คุยกันเรื่องของ Social Media ในปัจจุบันกับคนไทย ประกอบไปด้วย 3 เรื่องคือ

  • ประเด็นการขายของออนไลน์ ปัญหา เครื่องมือ และทางแก้ โดยบ้านแบน พี่แอน (@iannnnn) และ พี่โบ (@monamafia) อันนี้พูดเรื่องของ Facebook เป็นหลัก
  • ต่อมาก็เรื่อง Thaitrend โดยพี่ไอซ์ (@icez) อันนี้ก็ Twitter ล้วนๆ
  • สุดท้ายยยย ของผมเอง Google+ ไม่ใช่เมืองร้าง

พี่ @icez พูดเรื่อง thaitrend #FBTHTalk1 pic.twitter.com/lTqmjmh6p0
— GOTTA (@iamgotta) 5 กรกฎาคม 2014

ตอนแรกก็คิดเหมือนกัน จะพูดไงดี มันก็ร้างอยู่นะ (T_T) แถมข้อมูลของ Google+ เนี่ย มันน้อยแบบ 1/3 เลยนะ ข้อมูลแบบเป็นทางการจาก Google ก็แบบ… แต่ก็ต้องกู้หน้าให้ได้ ในฐานะของติ่ง Google คนหนึ่ง ก็ได้ข้อมูลมาเล่าให้ฟังเล่นๆ ตามนี้ฮะ

อ่านสไลด์แล้วคงจะงง งั้นขอเล่าเป็นข้อๆ ไปละกัน
  • Google+ ออกให้ใช้งานได้เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2554 สิริอายุได้ 3 ปีหยกๆ ถ้าสังเกตดีๆ Logo ของ Google+ ก็เปลี่ยนแทบทุกปี… (ดีนะคนไม่ค่อยเล่น เลยไม่ค่อยบ่นกัน 555+) (Slide 6)
  • Vic Gundotra อดีตหัวหน้าทีม Google+ ผู้ขับเคลื่อนให้ Google+ มีอะไรแปลกๆ ใหม่ๆ ออกมาตลอด แต่ปัจจุบันได้ลาออกจากบริษัท Google ไปแล้ว ลูกน้องและทีมของ Google+ ก็เลยต้องสลายโต๋ไปอยู่กับทีม Android เพียบเลย (ดู Google I/O ปีนี้ก็พอจะเดาทางได้นะฮะ) (Slide 7)
  • หน้าตาและ UI ของ Google+ นี่เปลี่ยนไปตลอดเวลา ไม่รู้ว่านักพัฒนานึกคึกอะไร สังเกตได้จาก 3 ปี หน้าเว็บเปลี่ยนไปแล้ว 3 รอบ (Slide 10-14)
  • ระบบ Circle คือหัวใจสำคัญของการใช้งาน Google+ นั่นเอง หลักการก็เหมือนเล่น Twitter แต่เราต้องจับคนเหล่านั้นเข้า List ของเราเลย (Slide 15)
  • ฟีเจอร์ที่ Google ชูขึ้นมาว่าชั้นคือ Social Network ที่เลิศคือ ใส่ภาพ Animate GIF ลงไปได้ แถมขยับให้ด้วย ตอนนั้นคนก็เล่นทำมีม GIF ประเภทล้อเลียน Facebook กับ Google+ เยอะมาก (Slide 17-18)
  • อีกอย่างคือ สามารถใส่ Format ในข้อความได้ เช่นตัวหนา ขีดฆ่าหรือตัวเอียง เท่เลยแหละ แถมเวลาจะเมนชั่นหาใครก็พิมพ์ + ตามด้วยชื่อแค่นั้นเอง (Slide 19)
  • Facebook มี Group Google+ ก็มี Communities เอาสิ (อันนี้อ่านรายละเลียดเพิ่มเติมที่นี่เลย(Slide 20)
  • อีกฟีเจอร์คือ Google+ Hangouts แอปแชทที่ใช้งาน Video Call มากสุด 10 คน แถมทำถ่ายทอดสดได้อีก ซึ่งปัจจุบันนี้ก็แยกตัวเองออกมาเป็นเกือบๆ Standalone แล้ว (Slide 22)
  • พอคุณ Vic ลาออกไป ก็เลยเกิดข่าวว่า ถึงเวลาขาลงของ Google+ ตอนนั้นคนก็ยิ่งออกห่างจาก Google+ ไปอีก มันก็เลยเงียบ จนมีคนคิดว่าสุดท้ายก็น่าจะตาย (Slide 24-26)
  • ซึ่งจริงๆ มันไม่ได้ตายหรอก มันกลายเป็นเหมือนผีชีวะที่คอยหลอกหลอนไปตลอดเวลา ไม่ว่าจะใช้งานอะไรเกี่ยวกับ Google ก็ตาม เช่น Youtube หรือปุ่ม Google+ Sign in เป็นต้น (Slide 28-32)
  • ถ้าอยากใช้งานให้สนุกขึ้น ก็ใช้แอป Google+ บนมือถือคู่ไปด้วย หรือถ้าชอบถ่ายรูปแน่นอนว่าสนุกจริงๆ (Slide 33-36)
  • ซึ่งแนวทางของ Google+ ตอนนี้ คิดว่าคงจะเน้นภาพถ่ายให้มากขึ้น เพราะมันมีฟีเจอร์ Auto Awesome ที่ทำให้ภาพถ่ายสวยขึ้นและสนุกมากขึ้นนั่นเอง (Slide 38)
  • ส่วนด้านธุรกิจ ก็ยังไม่โอเคเท่าที่ควร คือมันก็ไม่ค่อยบูมเท่าไหร่แหละ แต่ก็พอใช้งานได้ ที่เห็นหลักๆ คือ Google+ Pages นั่นเอง (Slide 39-42)
  • ส่วนคนใช้ Google+ ที่ Active อยู่ก็ยังมีอยู่ แต่ก็ไม่มาก แต่ชอบผู้ใช้ที่เข้ามาสมัครที่สูงพอควร ในไทยก็ใช้แบบครึ่งต่อครึ่งเลย (Slide 43-45)
  • สุดท้าย อนาคตที่คนไทยน่าจะหันมาใช้ Google+ ก็อาจจะมี เพราะ… (Slide 47-48) ที่ใดมีการแชร์ภาพศพหรือมีโฆษณากลูต้าเข้าถึง ผมว่าตอนนี้ก็มีโอกาสแล้วหละ…

งาน Faceblog Talk @iannnnn @monamafia เล่าประสบการณ์ขายของผ่าน Facebook pic.twitter.com/iqyCnxTLsR
— Blognone (@blognone) 5 กรกฎาคม 2014

ทั้งหมดก็คือเนื้อหาในสไลด์นะครับ แต่ก็มีนอกเนื้อจากนั้นอีก จริงๆ จะพูดแต่ก็ดันลืมใส่ในสไลด์ คือเรื่อง
  • Google+ ทำ SEO ได้ง่ายมากขึ้น เช่น ถ้าผมโพสต์รูปๆ นึงแล้วใส่ข้อความเข้าไป ติดแท็กพร้อมเลือกโพสต์เป็น Public ถ้าเกิด Keyword มันตรงกับข้อความที่คนหาผ่าน Google.com มันก็จะแสดงโพสต์ของเราในหน้าการค้นหา เรียกได้ว่าไม่ต้องเสียเงินไปทำ Google Adwords ให้เสียเวลา แต่มันจะได้ผลแรงมากเมื่อผลการค้นหานั้นๆ เป็นของเพื่อนใน Circle เรานั่นเอง
  • คนไทยที่อยู่ต่างจังหวัดใช้ Google+ กันเยอะมาก เหตุผลน่าสนใจครับ พี่มาร์ค (@markpeak) สันนิษฐานว่า เพราะมือถือ Android เข้าถึงคนต่างจังหวัดเยอะ ทีนี้ Google+ เป็นแอปนึงที่ติดมากับมือถือตั้งแต่แรก ก็เลยกลายเป็นว่าคนก็ใช้ Google+ คู่กับ Social Network ตัวอื่นไปด้วยนั่นเอง
  • พี่ไอซ์ (@icez) เสริมเรื่อง Google+ Auto Backup for PC ที่เราสามารถอัพภาพของเราผ่านกล้องหรือเมมโมรี่ การ์ดเข้าไปที่ Google+ ได้แบบอัตโนมัติ
ทั้งหมดนี้ก็เป็นเนื้อหาที่ผมได้พูดคร่าวๆ ไปฮะ ก็ไม่ได้เชี่ยวชาญมากนะ แต่ก็พอรู้ว่าอะไรเป็นอะไร แชร์ให้คนอื่นรับรู้ได้ ส่วน Session ก่อนหน้า 2 อันคงจะอธิบายไม่ได้มาก เพราะตอนนั้นปั่นสไลด์มือหงิกอยู่ (T_T) เลยไม่มีสมาธิฟังเลย (ขอโทษค๊าบบบ)

#FBTHTalk1 บรรยากาศโดยรวม pic.twitter.com/aUl7d263TZ
— GOTTA (@iamgotta) 5 กรกฎาคม 2014

งานดีๆ สนุกๆ แบบนี้คงจะจัดขึ้นในอนาคตอีกแน่ๆ กระแสดีเกินคาด เอาเป็นว่าถ้าทาง FaceBlog.in.th จะจัดงานแบบนี้อีก จะรีบคาบข่าวมาบอกแน่นอน ก่อนจบบล็อกนี้ ก็ขอฝากประโยคเด็ดประจำ Session ที่ว่า…

“G+ มันเจ๋งเลยนะครับ ขาดแค่คนมาใช้เท่านั้นเอง” #FBTHTalk1
— ตั๊กถั่ว (@TuckTua) 5 กรกฎาคม 2014

ขอบคุณภาพประกอบจาก @iamgotta และ @blognone นะค๊าบ

No Comments
Experience

มนุษย์วัยทำงาน Level.Novice

ลืมบอกกันไปเลยสินะว่าเรา… “เรียนจบแล้วโว้ยยยยยยยยย”

จบตั้งแต่วันเสาร์ที่ 18 มกราคม รวม 130 หน่วยกิต เกรดก็ตามนั้น เฮ้อ เสร็จสิ้นกันซักทีชีวิตในวัยเรียน นี่ลองคิดๆ ดูแล้วนะ ผมใช้เวลากับการเรียนน่าจะ 18 ปีได้ นับตั้งแต่อนุบาล 2 ลากยาวมาจนถึงมหาวิทยาลัย อยากเขียนขอบคุณครูบาอาจารย์ เพื่อนๆ เจ้าหน้าที่ พนักงานในโรงเรียนเอยหรือมหาวิทยาลัยเอยเป็นชื่อคงจะยาวมาก บางคนจำได้บ้างไม่ได้บ้าง เยอะแยะไปหมด
ตั้งแต่อยู่บ้านหลังจากส่งงานการเสร็จ มันรู้สึกเลยนะว่าอารมณ์เปลี่ยนๆ ไปเยอะ ทุกวันอยู่มอต้องทำงาน อยู่กับเพื่อน ทำโน่นนี่นั่น กลับมาบ้านก็ได้แต่กิน นอน เล่นกับหมาแมว จับเม้าส์จะทำงานแล้วก็ปิดโปรแกรมไป นอนดึก ตื่นเที่ยง เสพย์บันเทิง พูดง่ายว่า “ขี้เกียจแดก” เฮ้อ เพลียตัวเองสุดๆ ตอนนั้น คืออย่านึกว่าเราเป็นเด็กเกาะพ่อแม่กินนะ ก็ไปช่วยแม่ขายของบ้างไรบ้างแหละ ออกหางานแล้ว แต่ก็ไม่ได้บ้าง ไม่ถูกใจมาก (เรื่องมากเนอะ) สุดท้ายพี่เหมียว หัวหน้าทีมที่เคยฝึกงานอยู่ NECTEC ก็เลยโทรมาชวนให้กลับไปทำ Outsource 2 เดือน ค่าตอบแทนก็อู้หูอ้าหาเหมือนกัน ตอนโทรมาตอนนั้น มันดันเกิดความสับสนเยอะอยู่ ไหนจะที่พักที่ไม่อยากกลับมาหอกอล์ฟวิวบ้าง ม็อบบ้าง อะไรบ้าง ไหนจะค่าใช้จ่ายในการลงทุนแรกที่แม่ต้องจ่ายอีก เลยให้แม่ฟันธงเลยละกัน พอไปปรึกษากับแม่ คำพูดแม่ตอนนั้นเหมือนเห็นเราอยู่บ้านก็คงเบื่อ เลยบอกให้มาทำเลย ดีกว่าอยู่เฉยๆ ไปวันๆ วันต่อมาก็เลยโทรไปตอบตกลงพี่เค้าซะเลย ฉะนั้น ตอนนี้ เวลานี้ อยู่หอกอล์ฟวิวเหมือนเดิม ตึกเดิม ห้องเลขเปลี่ยนไปตัวเดียว (อืมนะ..) เลือกที่พักเดิมเพราะใกล้สุดละแล้วก็ถูกด้วย ส่วนที่ทำงานก็ที่เดิม ระยะเวลา 2 เดือน นั่นหมายความว่า ผมคือ มนุษย์วัยทำงาน Level.Novice เรียบร้อย ^^
ถ้าให้พูดตามช่วงวัย นี่ก็ 22 ละ น่าจะเป็นช่วงวัยรุ่นตอนปลายๆ แล้วมั้งนะ คือ 25 มันคงเริ่มหมดความเป็นวัยรุ่นแล้ว 26 ก็เริ่มอัพระดับเป็นผู้ใหญ่วัยแรกเริ่มประมาณนี้ ถามว่าทำงานมาสองวันรู้สึกยังไง ถ้าให้ตอบมันก็ยังบอกได้ไม่เต็มปากเท่าไหร่ เพราะสถานที่นี้เราก็คุ้นชินมาแล้วตั้ง 4 เดือน แต่ต้องให้สนิทมากขึ้น ส่วนตอนทำงานมันทำงานได้เต็มที่เหมือนกันนะ ตอนเรามาฝึกงานมันยังติดเล่นโน่น ทวีตถี่ ไร้สาระไปวันๆ สุดท้ายก็หมดแต่ละวันไปอย่างน่าเสียดาย แต่สองวันที่ผ่านมามันไม่ใช่แฮะ เราทวีตไม่ถี่เท่าไหร่เมื่อมาเช็คดู แถมสมาธิตอนทำงานก็มีมากขึ้นหน่อยๆ ทำงานได้สบายขึ้นด้วย เพราะมันไม่มีอะไรต้องกังวลละ เพียงแต่ต้องทำหน้าที่ ณ ตอนนี้ให้เต็มที่และดีที่สุดและตามระยะเวลาให้ดีก็พอแค่นั้นเอง
ในวัยเรียนเรามักจะได้ยินเสมอว่า “เข้ามหาลัยเดี๋ยวก็อิสระแล้ว” พอเข้ามหาลัย “เดี๋ยวปี 4 ก็สบายแล้ว” พอขึ้นปี 4 “ทำงานก็สบายแล้ว” พอจบ.. สบายจริง แต่ไม่มีตังกินข้าวเอง อืม.. ก็ลองคิดดูละกัน มนุษย์เรามันไม่ได้สบายตลอดไปหรอก ยกเว้นแต่พวกหนูตกถังข้าวสารแค่นั้นแหละ ที่จะบอกสุดท้ายก็คือ ชัีวิตมนุษย์ไม่ได้สบายตลอดรอดฝั่งหรอกนะ มันต้องมีหนทางให้เราฝ่าไปเรื่อยๆ เหมือนเล่นเกมนั่นแหละ พอ Level แรกๆ ก็ง่ายๆ สบายๆ แต่ไม่มีอาวุธ ไม่มีประสบการณ์อะไรเลย พอ Level ยิ่งมาก มันก็ยิ่งยาก ยิ่งเหนื่อย แต่พอผ่าน Level นั้นมาได้ สิ่งที่ได้รับกลับมาคือ ค่าประสบการณ์มากมาย มิตรภาพดีๆ และความรู้ซึ่งเป็นอาวุธชั้นยอดที่หล่อหลอมให้เราแกร่งกล้าพอที่อยู่ในสังคมอันแสนโหดร้ายนี้ได้ ที่สำคัญ ถ้าเด็กๆ คนไหนโดนรุ่นพี่บอกว่า “…จะสบายแล้ว” ตอบกลับคนนั้นไปแล้วก็ยิ้มให้งามๆ ด้วยว่า “ตายแล้วนั่นแหละ ถึงจะสบาย :)” 
No Comments
Experience Other

การเดินทางของเด็กชายไม่เพอร์เฟค

เด็กชายคนหนึ่ง  เป็นแค่คนๆ นึงที่ไม่ได้เพอร์เฟคอะไร
หน้าตาไม่หล่อ เรียนก็ไม่ได้เก่งเทพ เอาตัวรอดไปวันๆ ได้
เป็นแค่เด็กชายคนนึงที่ไม่ได้มีความใฝ่ฝันว่าอยากเป็นอะไรตั้งแต่เด็ก
ไม่ได้โดนสังคมหรือครอบครัวบังคับให้เรียนหรือเป็นอะไรตามใจ
เด็กชายคนนี้เป็นเด็กต่างจังหวัดที่ชีวิตอยู่แต่กับสิ่งสวยงาม
ไม่โดดเรียน ไม่ทำตัวนอกลู่นอกทาง
โตขึ้น เด็กชายคนนี้แค่ใช้ของมหัศจรรย์เป็น แต่เด็กชายไม่รู้ด้วยซ้ำว่า
ของมหัศจรรย์ชิ้นนั้นทำอย่างไร ?
เด็กชายอดทนเรียนจนใกล้จะจบเต็มทีแล้ว จนรู้ว่า

ของมหัศจรรย์ชิ้นนั้นทำได้อย่างไร

เด็กชายคนนี้ใกล้จะได้กลับไปมอบของขวัญที่พ่อแม่อยากได้

นั่นคือ ความรู้ในการสร้างสิ่งมหัศจรรย์ มันคือสิ่งที่พ่อแม่ให้เด็กชายไม่ได้

แต่ท่านต้องการให้มันอยู่กับเด็กชายตลอดไป  เพื่อการเดินทางต่อไปในอนาคต

ซึ่งระหว่างเดินทางอยู่ในวังวนของความรู้ เด็กชายก็คว้าประสบการณ์มากมาย
ได้เจอเพื่อนใหม่ มิตรภาพใหม่ มีความสุขในโลกของมิตรภาพใบนั้น
และมีความสุขกับวังวนของโลกแห่งการเรียนรู้ใหม่ๆ
ใกล้เวลาแล้วที่เด็กชายต้องเปลี่ยนผ่านไปเป็นคนที่ต้องเดินด้วยขาของตัวเอง

แต่เคยได้ยินกันไหม “ผู้ใหญ่อาบน้ำร้อนมาก่อน”
ผู้ใหญ่ย่อมรู้ดีว่าทุกๆ สิ่ง ทุกๆ อย่างเป็นอย่างไร
เด็กชายอยากออกไปผจญโลกกว้าง อยากลองเจ็บบ้าง ล้มบ้าง
อยากเจอโลกของมิตรภาพใบใหม่ เจอโลกที่โหดร้ายเกิน

และโลกที่ทำให้เด็กชายรู้จักเข้มแข็ง และรู้จักอดทนต่อการใช้ชีวิตบนโลกใบนี้

ผู้ใหญ่ห้ามปรามเด็กชายว่า “โลกใบนี้มันน่ากลัว อย่าไปเลย กลับมาที่เดิมดีไหม ?”
เด็กชายคนนี้เดินมาไกลมาก ไกลพอที่เดินกลับไปยังจุดเดิมไม่ได้แล้ว
ทางเดินที่เด็กชายเดินมาไม่เหมือนเดิมตั้งแต่เริ่มออกเดินแล้ว
แต่ใช่ว่าเด็กชายอยากจะเดินไปเรื่อยเปื่อยอย่างไร้จุดหมาย
เด็กชายสัญญากับตัวเองว่า จะกลับไปยังจุดเดิม เมื่อเด็กชายเดินทางจนเหนื่อย
เด็กชายเหนื่อยที่จะผจญภัยเมื่อไหร่ ก็จะขอเดินกลับยังที่ที่เด็กชายเดินจากมา
เด็กชายขอแค่ได้ลองทำอะไรใหม่ๆ ทำทุกสิ่ง ดูบ้าง อย่างใจที่เด็กชายหวังไว้
เหนื่อยเมื่อไหร่… สัญญาว่าจะกลับไปยังจุดที่เดินออกมา
และกลับไปพร้อมสิ่งที่ทำให้คนที่ปล่อยตัวจากจุดเริ่มต้นได้ภูมิใจอย่างแน่นอน 🙂 

No Comments