Monthly Archives

July 2014

Experience

ประสบการณ์ครั้งแรกของผม(กับการทำ Passport)

จั่วหัวบล็อกรอบนี้มาซะสยิวเลย คือเรื่องของเรื่องมีเหตุได้ไปธุระที่ต่างประเทศ แล้วตั้งแต่เกิดมาก็ไม่มีหนังสือเดินทางหรือ Passport เป็นของตัวเอง เพราะคิดว่ากว่าจะได้ไปต่างประเทศก็โน่นนน เก็บเงินไปเที่ยวเองละมั้ง ไปๆ มาๆ มีเรื่องให้ได้ไปจนได้ ซึ่งผู้จัดงานส่งฟอร์มการเข้าร่วมงานมาให้กรอกก่อนวันที่ 23 เผอิญว่ามานั่งกรอกวันที่ 23 นั่นแหละ ก็กรอกไปเพลินๆ ซักพักถึงกับชะงักเมื่อเห็นว่ามีช่อง Passport ID กับ Passport Expire Date ด้วย เวรละไงตู ไม่มี Passport ทำไงดี เวลาตอนนั้นก็เกือบ 11 โมงซะด้วยสิ พี่อีกคนที่ไปด้วยก็บอกเลือกเลย “บางนากับปิ่นเกล้าไปไหน ไปช้าคนเยอะนะ” อีกอย่างไปทำก็ได้เลข Passport เลย เวลานั้นตัดสินใจยากมากเพราะมันไกลจากลาดพร้าวทั้งสองที่เลย ตอนนั้นเองพี่ๆ ที่ออฟฟิศจะออกไปพบลูกค้าที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะพอดี ก็เลยขอเกาะรถพี่เค้าไปด้วย (ขอบคุณอย่างแรงมา ณ ที่นี้นะครับ) ก็เลยเสี่ยงดวงไปละกัน ไปรอก็รอ (ก่อนหน้าได้ยินกิตติศัพท์เรื่องการทำ Passport มาว่าคนเยอะ รอนานมาก บลาๆๆ ก็เลยทำใจล่วงหน้าไว้ละ) พี่ Co-Project ก็ให้เตรียมเอกสารพวกสำเนาทะเบียนบ้านกับสำเนาบัตรประชาชนไปด้วย ก็หยิบไป

ที่อยู่กรมการกงสุล

ตัดภาพไปตอนที่อยู่หน้ากรมการกงสุล ณ เวลา 12.20 น. ไปแบบงงๆ (คนมันไม่เคยนี่หว่า -//-) (อย่าไปที่ศูนย์ราชการนะครับ เค้าทำ Passport เฉพาะข้าราชการกับหมู่คณะเท่านั้น ทำคนเดียวให้มาที่กรมการกงสุลนะจ๊ะ) ก็เข้าไปรับบัตรคิวก่อน เค้าก็ขอบัตรประชาชนไป ก็ได้บัตรคิวกับเอกสารที่ต้องกรอกมา 1 ใบ ตอนนั้นคิวที่ 950 กว่าๆ เราได้ 1004 ตอนนั้นก็คิดว่า บ่ายละมั้งกว่าจะได้ทำ ปรากฎว่าคิวมันไหลแบบพรวดๆ เลย เพราะคิวผมถึงประมาณ 12.35 น. เค้าก็ตรวจเอกสารหน้าห้องแล้วก็ให้ไปวัดส่วนสูงแล้วก็เข้าช่องไปทำเรื่องต่อ ตอนนั้นพวกเอกสารกับความพร้อมนี่เต็มที่นะ แต่หน้าโคตรไม่พร้อมอะ หัวฟูๆ หนวดเฟิ้มๆ เห็นหน้าตัวเองบน Passport ก็แบบ…. orz (พี่คนทำเอกสารยังบอกเลย ภาพเป็นขาวดำนะคะ ไม่ต้องห่วง ฮืออ) ระหว่างทำเอกสารเค้าก็ไม่เอาเอกสารอะไรที่เราเอาไปเลย ฉะนั้น ใครจะไปทำ ไม่ต้องเอาเอกสารอะไรไปนะครับ เค้าลิ้งค์ข้อมูลจากบัตรประชาชนเราหมดแล้ว (กว่าจะหมดยุคการทำสำเนาเอกสารนี่นะ -*-) ก็ถ่ายรูป สแกนนิ้วกันไปตามระเบียบ พอเสร็จก็ไปจ่ายตัง ค่าทำ 1000 บาท อันนี้เฉพาะค่าธรรมเนียมที่ทำ Passport นะ ถ้าจะมารับเองก็รอ 2-3 วันมาเอาที่กรมการกงสุลได้เลย ส่วนใครที่จะให้เค้าส่งไปที่บ้านก็เขียนที่อยู่ที่จะให้เค้าส่งไปที่หลังใบเอกสารตอนเรารับบัตรคิวอะครับ (จำไม่ได้จริงๆ ว่าไอ้ใบนั่นเค้าเรียกอะไร T-T) ก็จะส่งเอกสารมาให้ที่อยู่ที่เราระบุไว้เลย เสียค่าส่งเพิ่มอีก 40 บาท ง่ายมาก!

เบ็ดเสร็จระยะเวลาในการทำวันนั้น ไม่เกิน 30 นาทีครับ ส่วนเรื่องส่งมาบ้าน ผมไปทำวันอังคาร ได้วันเสาร์สดๆ ร้อนๆ เลย ปุ๊บปั๊บรับโชคมาก คือช่องทำที่กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะช่องเยอะมากกกก มากจริงๆ ก็เลยทำให้คิวเร็วตามไปด้วย แต่ถ้าใครจองคิวออนไลน์ไว้ในเว็บก็อาจจะเร็วขึ้นไปอีก ไม่ต้องนั่งรอเรียกคิวนั่นเอง ส่วนเอกสารนั้นไม่ต้องเอาอะไรไปเลยครับ เอาบัตรประชาชนไปใบเดียว พร้อมการแต่งตัวที่สุภาพก็พอ เพราะเค้าจะถ่ายรูปเราแปะไปที่ Passport ด้วยนั่นเอง

No Comments
Experience Social Network

คุยกันแบบถอกๆ กับงาน FaceBlog Talk ครั้งที่ … 1 !!!

เว็บ FaceBlog.in.th นี่ก็เกิดขึ้นมาได้นานละ มาวันนี้ก็ได้ฤกษ์งามยามดี จัดงานพูดคุยกับสนุกๆ กับงาน FaceBlog Talk ครั้งที่ 1 ณ Muchroom Coworking Space ขึ้นมา ก็ผ่านพ้นไปด้วยดีครับ เจ้างานอย่างพี่เดือน (@buumoon) ก็ยิ้มแก้ฉีกกันไปสิ

รายละเอียดงานจริงๆ ก็ไม่มีอะไรมากครับ เป็นงานที่คุยกันเรื่องของ Social Media ในปัจจุบันกับคนไทย ประกอบไปด้วย 3 เรื่องคือ

  • ประเด็นการขายของออนไลน์ ปัญหา เครื่องมือ และทางแก้ โดยบ้านแบน พี่แอน (@iannnnn) และ พี่โบ (@monamafia) อันนี้พูดเรื่องของ Facebook เป็นหลัก
  • ต่อมาก็เรื่อง Thaitrend โดยพี่ไอซ์ (@icez) อันนี้ก็ Twitter ล้วนๆ
  • สุดท้ายยยย ของผมเอง Google+ ไม่ใช่เมืองร้าง

พี่ @icez พูดเรื่อง thaitrend #FBTHTalk1 pic.twitter.com/lTqmjmh6p0
— GOTTA (@iamgotta) 5 กรกฎาคม 2014

ตอนแรกก็คิดเหมือนกัน จะพูดไงดี มันก็ร้างอยู่นะ (T_T) แถมข้อมูลของ Google+ เนี่ย มันน้อยแบบ 1/3 เลยนะ ข้อมูลแบบเป็นทางการจาก Google ก็แบบ… แต่ก็ต้องกู้หน้าให้ได้ ในฐานะของติ่ง Google คนหนึ่ง ก็ได้ข้อมูลมาเล่าให้ฟังเล่นๆ ตามนี้ฮะ

อ่านสไลด์แล้วคงจะงง งั้นขอเล่าเป็นข้อๆ ไปละกัน
  • Google+ ออกให้ใช้งานได้เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2554 สิริอายุได้ 3 ปีหยกๆ ถ้าสังเกตดีๆ Logo ของ Google+ ก็เปลี่ยนแทบทุกปี… (ดีนะคนไม่ค่อยเล่น เลยไม่ค่อยบ่นกัน 555+) (Slide 6)
  • Vic Gundotra อดีตหัวหน้าทีม Google+ ผู้ขับเคลื่อนให้ Google+ มีอะไรแปลกๆ ใหม่ๆ ออกมาตลอด แต่ปัจจุบันได้ลาออกจากบริษัท Google ไปแล้ว ลูกน้องและทีมของ Google+ ก็เลยต้องสลายโต๋ไปอยู่กับทีม Android เพียบเลย (ดู Google I/O ปีนี้ก็พอจะเดาทางได้นะฮะ) (Slide 7)
  • หน้าตาและ UI ของ Google+ นี่เปลี่ยนไปตลอดเวลา ไม่รู้ว่านักพัฒนานึกคึกอะไร สังเกตได้จาก 3 ปี หน้าเว็บเปลี่ยนไปแล้ว 3 รอบ (Slide 10-14)
  • ระบบ Circle คือหัวใจสำคัญของการใช้งาน Google+ นั่นเอง หลักการก็เหมือนเล่น Twitter แต่เราต้องจับคนเหล่านั้นเข้า List ของเราเลย (Slide 15)
  • ฟีเจอร์ที่ Google ชูขึ้นมาว่าชั้นคือ Social Network ที่เลิศคือ ใส่ภาพ Animate GIF ลงไปได้ แถมขยับให้ด้วย ตอนนั้นคนก็เล่นทำมีม GIF ประเภทล้อเลียน Facebook กับ Google+ เยอะมาก (Slide 17-18)
  • อีกอย่างคือ สามารถใส่ Format ในข้อความได้ เช่นตัวหนา ขีดฆ่าหรือตัวเอียง เท่เลยแหละ แถมเวลาจะเมนชั่นหาใครก็พิมพ์ + ตามด้วยชื่อแค่นั้นเอง (Slide 19)
  • Facebook มี Group Google+ ก็มี Communities เอาสิ (อันนี้อ่านรายละเลียดเพิ่มเติมที่นี่เลย(Slide 20)
  • อีกฟีเจอร์คือ Google+ Hangouts แอปแชทที่ใช้งาน Video Call มากสุด 10 คน แถมทำถ่ายทอดสดได้อีก ซึ่งปัจจุบันนี้ก็แยกตัวเองออกมาเป็นเกือบๆ Standalone แล้ว (Slide 22)
  • พอคุณ Vic ลาออกไป ก็เลยเกิดข่าวว่า ถึงเวลาขาลงของ Google+ ตอนนั้นคนก็ยิ่งออกห่างจาก Google+ ไปอีก มันก็เลยเงียบ จนมีคนคิดว่าสุดท้ายก็น่าจะตาย (Slide 24-26)
  • ซึ่งจริงๆ มันไม่ได้ตายหรอก มันกลายเป็นเหมือนผีชีวะที่คอยหลอกหลอนไปตลอดเวลา ไม่ว่าจะใช้งานอะไรเกี่ยวกับ Google ก็ตาม เช่น Youtube หรือปุ่ม Google+ Sign in เป็นต้น (Slide 28-32)
  • ถ้าอยากใช้งานให้สนุกขึ้น ก็ใช้แอป Google+ บนมือถือคู่ไปด้วย หรือถ้าชอบถ่ายรูปแน่นอนว่าสนุกจริงๆ (Slide 33-36)
  • ซึ่งแนวทางของ Google+ ตอนนี้ คิดว่าคงจะเน้นภาพถ่ายให้มากขึ้น เพราะมันมีฟีเจอร์ Auto Awesome ที่ทำให้ภาพถ่ายสวยขึ้นและสนุกมากขึ้นนั่นเอง (Slide 38)
  • ส่วนด้านธุรกิจ ก็ยังไม่โอเคเท่าที่ควร คือมันก็ไม่ค่อยบูมเท่าไหร่แหละ แต่ก็พอใช้งานได้ ที่เห็นหลักๆ คือ Google+ Pages นั่นเอง (Slide 39-42)
  • ส่วนคนใช้ Google+ ที่ Active อยู่ก็ยังมีอยู่ แต่ก็ไม่มาก แต่ชอบผู้ใช้ที่เข้ามาสมัครที่สูงพอควร ในไทยก็ใช้แบบครึ่งต่อครึ่งเลย (Slide 43-45)
  • สุดท้าย อนาคตที่คนไทยน่าจะหันมาใช้ Google+ ก็อาจจะมี เพราะ… (Slide 47-48) ที่ใดมีการแชร์ภาพศพหรือมีโฆษณากลูต้าเข้าถึง ผมว่าตอนนี้ก็มีโอกาสแล้วหละ…

งาน Faceblog Talk @iannnnn @monamafia เล่าประสบการณ์ขายของผ่าน Facebook pic.twitter.com/iqyCnxTLsR
— Blognone (@blognone) 5 กรกฎาคม 2014

ทั้งหมดก็คือเนื้อหาในสไลด์นะครับ แต่ก็มีนอกเนื้อจากนั้นอีก จริงๆ จะพูดแต่ก็ดันลืมใส่ในสไลด์ คือเรื่อง
  • Google+ ทำ SEO ได้ง่ายมากขึ้น เช่น ถ้าผมโพสต์รูปๆ นึงแล้วใส่ข้อความเข้าไป ติดแท็กพร้อมเลือกโพสต์เป็น Public ถ้าเกิด Keyword มันตรงกับข้อความที่คนหาผ่าน Google.com มันก็จะแสดงโพสต์ของเราในหน้าการค้นหา เรียกได้ว่าไม่ต้องเสียเงินไปทำ Google Adwords ให้เสียเวลา แต่มันจะได้ผลแรงมากเมื่อผลการค้นหานั้นๆ เป็นของเพื่อนใน Circle เรานั่นเอง
  • คนไทยที่อยู่ต่างจังหวัดใช้ Google+ กันเยอะมาก เหตุผลน่าสนใจครับ พี่มาร์ค (@markpeak) สันนิษฐานว่า เพราะมือถือ Android เข้าถึงคนต่างจังหวัดเยอะ ทีนี้ Google+ เป็นแอปนึงที่ติดมากับมือถือตั้งแต่แรก ก็เลยกลายเป็นว่าคนก็ใช้ Google+ คู่กับ Social Network ตัวอื่นไปด้วยนั่นเอง
  • พี่ไอซ์ (@icez) เสริมเรื่อง Google+ Auto Backup for PC ที่เราสามารถอัพภาพของเราผ่านกล้องหรือเมมโมรี่ การ์ดเข้าไปที่ Google+ ได้แบบอัตโนมัติ
ทั้งหมดนี้ก็เป็นเนื้อหาที่ผมได้พูดคร่าวๆ ไปฮะ ก็ไม่ได้เชี่ยวชาญมากนะ แต่ก็พอรู้ว่าอะไรเป็นอะไร แชร์ให้คนอื่นรับรู้ได้ ส่วน Session ก่อนหน้า 2 อันคงจะอธิบายไม่ได้มาก เพราะตอนนั้นปั่นสไลด์มือหงิกอยู่ (T_T) เลยไม่มีสมาธิฟังเลย (ขอโทษค๊าบบบ)

#FBTHTalk1 บรรยากาศโดยรวม pic.twitter.com/aUl7d263TZ
— GOTTA (@iamgotta) 5 กรกฎาคม 2014

งานดีๆ สนุกๆ แบบนี้คงจะจัดขึ้นในอนาคตอีกแน่ๆ กระแสดีเกินคาด เอาเป็นว่าถ้าทาง FaceBlog.in.th จะจัดงานแบบนี้อีก จะรีบคาบข่าวมาบอกแน่นอน ก่อนจบบล็อกนี้ ก็ขอฝากประโยคเด็ดประจำ Session ที่ว่า…

“G+ มันเจ๋งเลยนะครับ ขาดแค่คนมาใช้เท่านั้นเอง” #FBTHTalk1
— ตั๊กถั่ว (@TuckTua) 5 กรกฎาคม 2014

ขอบคุณภาพประกอบจาก @iamgotta และ @blognone นะค๊าบ

No Comments
Other

ความในใจต่อทีวีดิจิตอลบางช่อง [15+]

ภาพฝันที่จะได้เห็นภาพลักษณ์ของรายการบนทีวีดิจิตองของไทยมีพัฒนาการมากขึ้นคงจะโดนฉุดรั้งจากพวกบ้าเรทติ้งแน่ๆ … โดยเฉพาะช่องอินฟินิตี้ตั้งตรงเนี่ย บ้าเรทติ้งอะไรขนาดนั้นครับคุ๊ณณณณณณ พักก๊อนนนนนน ผมพอเข้าใจว่าเรทติ้งคุณดีบนเคเบิ้ล/ดาวเทียม แต่นี่ทีวีดิจิตอล อ่านปากวีรยุทธอีกทีนะครับ “ที๋-วี๋-ดิ๊-จิ-ตอลลล~” ช่วยหยุดเอาคอนเทนท์รายการบั่นทอนปัญญาออกไปเหอะ อย่างเช่น

(  -__-“) อะไรคือละครที่มันบิดามารดาสิ้นบั่นทอนสติสุดๆ คือพี่ท่านตั้งใจจะทำคอนเทนต์มาตีตลาดแม่บ้านกับแม่ค้าตามตลาดชัวร์ๆ แต่ขอโทษเถอะคุณ เด็กมันก็ต้องดูกับแม่ปะ ? แล้วนี่มันอาร๊ายยยยย แล้วแม่งก็เซนเซอร์นมชิสุกะ เซนเซอร์เหล้า ชีวิตต้องป๊อบเกินไปปะคุณ ทีอีพวกตบกันนัว มีคำหยาบนี่แบบ… นี่แสดงว่าไม่รับผิดชอบต่อสังคมเท่าไหร่นะครับ พูดตรงๆ กลัวไม่มีคนดูเลยหาทางเรียกเรทติ้งแบบนี้ซะเลย เหอะๆๆๆ อ้อ ฝากอีกเรื่อง เอาโลโก้บริษัทออกเถอะครับ บ้านนอก ทีวีต่างประเทศเค้าไม่มีนะครับ ช่องอื่นที่เป็นดิจิตอลตอนนี้เค้าก็ไม่ใส่กัน ทำไมครับ กลัวไม่รู้หรอว่าช่องนี้ใครทำ เหอะๆๆๆ

ส่วนคุณป้าผู้ดูแลนิตยสารเสือกเรื่องดาราครับ กรุณาทำรายการให้ตรงกับช่องหน่อย ช่องเด็กและครอบครัวแต่รายการแม่คุณแบบ… อื้อหือ เด็กมากกกกก เด็กจะโตมาแก่แดดแน่ ส่วนช่องข่าวก็มีข่าวนะ แต่ข่าวบันเทิงมาเต็ม แล้วก็มีรายการอะไรแปลกๆ เยอะไปนะครับ แล้วได้ข่าวว่าจะล้มเรทติ้งช่องฟรีทีวีเก่า โถ~ นี่หวังมากไปปะครับ ชื่อช่องนี่ก็ไม่รู้จะเปลี่ยนทำไม ไปๆ มาๆ นึกว่าชื่อช่องรายการเพลงลูกทุ่งเลยนะครับ


สุดท้ายที่อยากบ่น ช่องสามสีหนะครับ ซื้อไปซะเยอะเลยตั้ง 3 ช่อง แต่ได้ไอ้นี่มา…

คืออาร๊ายยยยยย จะดูรายการทีวีคร๊าบบบบบ เอาซีรีย์มายืดทำไมมมม เอาเพลงประกอบละครมากล่อมโลกทำไมมมมมม เอะอะบอกกลัวเจ๊ง กลัวเรทติ้งตก ก็ย้ายช่องออริจินอลมา HD สิคร๊าบบบบบ เข้าใจว่าประมูลมาคนละบริษัท แต่นี่ไม่คิดถึงอนาคตเลยปะ กะให้รายการมันหายตายจากไปเองเลยปะ เฮ้อ

ทิ้งท้ายไว้ก่อนจบละกัน ผมอยากได้ตลาดรายการใหม่ๆ เข้าใจว่ามีพ่อใหญ่อยาก WorkPoint กินเปอร์เซ็นต์รายการอยู่ แต่ถ้าทำให้รายการมันดังเหมือนที่เราไปรับคอนเทนต์เค้ามาฉายได้เนี่ย มันก็วินๆ กันทั้งหมด บริษัทผู้ผลิตดีๆ ที่อยากจะทำรายการก็ไม่ได้ทำเพราะโดนกันท่าหมด ขอร้อง หยุด! วางเรทติ้งออกก่อน แข่งกันที่คุณภาพเถอะครับ จะได้มีรายการดีๆ ที่เหมาะสมและเข้าล็อคกับช่องทั้งหมดเพื่อคนไทย เพื่อสังคมที่ดี ทีวีก็เป็นช่องทางหนึ่งที่คนรับรู้ได้ดีที่สุดของไทยนะ เข้าใจว่าอยากทำอะไรเพื่อการตลาด (ผมก็รู้ว่าการตลาดแบบนี้มันเป็นเรื่องที่ทำได้ดี) แต่ก็ควรจะรับผิดชอบต่อสังคมหน่อย อย่ามาเอะอะบอกว่า หนังตบๆ ตีๆ แย่งผัวกัน มีการสอดแทรกข้อคิดนะคะ อย่า! นี่ไม่เชื่อ สุดท้ายพวกแกก็ Happy Ending ตามแบบฉบับละครไทย แล้วไหนหละข้อคิด มีแต่เสียงเชียร์พวกแกตบกันมากกว่า จะรอดูต่อไปว่าอนาคตทีวีดิจิตอลจะเป็นอย่างไรต่อไป ตอนนี้ 30 กว่าช่อง ดูอยู่ไม่กี่ช่องจริงๆ เพราะรายการเค้าดีจริง ส่วนช่องที่พูดๆ มาเนี่ย ดูนะ แต่ดูเพื่อติ จบ!!

ปล. : หยุดเอา “แรงบันดาลใจ” ของชาวบ้านมาทำรายการซักที อยากได้รายการใหม่ๆ บ้าง … นะ

ปร. : แล้วก็หยุด!! ไอ้พวกรายการประกวดทั้งหลายแหล่เนี่ย จะประกวดอะไรนักหนา นักร้องล้นประเทศแล้วพ่อคุณ

ปว. : ส่ง SMS เนี่ย หยุดใช้ได้ละมั้ง รำคาญตา จะเอามาใช้ทำไม เปลืองตังก็เปลือง วู้!!

ขอบคุณภาพจาก : +Tatthep Deesukon และ +Plug Supakrit

No Comments