ฝึกความเป็นจิตสาธารณะด้วยการเก็บขยะ (?)

วันก่อนเดินผ่านโรงเรียนประถมแถวที่ทำงาน แล้วเห็นคุณครูปล่อยนักเรียนออกมาเก็บขยะกันหน้าโรงเรียน เข้าใจว่าน่าจะเป็นการฝึกเรื่องจิตสาธารณะ ซึ่งโรงเรียนตอนเด็กๆ ของหลายๆ คนก็คงมีการปล่อยให้เก็บขยะแบบนี้อยู่แน่นอน เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมเรื่องคุณธรรม ประเด็นมันอยู่ที่ความไม่จริงใจต่อจิตสาธารณะของนักเรียนนี่แหละครับ เวลาครูปล่อยให้ไปเก็บขยะปั๊บ บางกลุ่มก็เดินลอยชาย บางกลุ่มก็ตั้งหน้าตั้งตาเก็บกันสุดยิก ตัวแปรสำคัญของกิจกรรมนี้อยู่ที่คำว่า “คนละ 10 ชิ้นถึงจะเข้าห้องเรียนได้” (หรืออาจจะให้กลับบ้าน ได้คะแนนก็ว่าไป บลาๆๆ) ซึ่งพอใกล้จะหมดเวลา กลุ่มที่เดินลอยชายก็วิ่งไปแย่งจากพวกตั้งใจเก็บ หรือคนไหนฝึกคอร์รัปชั่นแต่เด็ก ก็จะไปวิ่งหาเศษใบไม้ใบใหญ่ แล้วก็ฉีกให้ครบ 10 ชิ้น แล้วก็ให้ครูตรวจขยะแล้วก็ทิ้ง ผมจำได้ลางๆ ตอนเด็กว่าตั้งใจเก็บทุกชิ้นเลย เศษพลาสติกเอย เศษขยะเอย แล้วไปให้ครูตรวจด้วยความภูมิใจว่า ‘นี่ๆๆ ครบด้วย ไม่ซ้ำกันเลยนะ ไม่มีเศษใบไม้แห้งเลย’ พอเอาเข้าใจ ครูก็ไม่ได้ตรวจจริงๆ หรอก มองๆ แล้วก็สั่งให้ไปทิ้ง เฮ้อ (-_-) ผมว่าไอ้เรื่องการฝึกจิตสาธารณะให้เด็กเนี่ย ไม่ใช่เรื่องที่ช้าหรือเร็วไปนะ ซึ่งทุกคนรู้ว่าขยะในมือท่าน ต้องหย่อนลงถังเถอะครับ พอโตมาปัญหาเริ่มมีความซับซ้อนกว่าเดิมคือการแยกขยะ…  ทั้งหมดทั้งมวลมันเหมือนเราถูกสอนกันมาผิดๆ นั่นแหละครับจริงอยู่ว่าการทำแบบนี้ก็สอนเด็กได้ทางอ้อมมั่งละนะ แต่การไปกำหนดว่า 10 ชิ้น 20 ชิ้นถึงจะผ่านเกณฑ์มันถูกไม่คือเลยแฮะ ตอนที่เดินผ่านโรงเรียนประถมที่บอกข้างบนผมก็ยังเห็นเศษขยะเต็มหน้าโรงเรียนอยู่เลย เด็กบางกลุ่มก็ยังมาขอกลุ่มที่ตั้งใจเก็บอยู่ดี 

Continue Reading…

มาเป็นนักข่าวพลเมืองง่ายๆ ด้วย Twitter กันเถอะ

ต้องยอมรับว่าปัจจุบันนี้ Social Network มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในสังคมของมนุษย์เรา วันๆ หนึ่งมีข้อมูลมากมายมหาศาลที่ไหลอยู่ในสังคมออนไลน์นับไม่ถ้วน รวมถึงข่าวสารต่างๆ มากมาย ที่สำคัญบ้านเมืองเดี๋ยวนี้ก็เกิดอะไรมากมาย จะมามัวเสพย์ข่าวผ่านหนังสือพิมพ์หรือทีวีก็คงจะไม่ทันใจใช่ไหมเล่า เราก็จะเห็นได้ว่าสำนักข่าวหลายๆ เจ้าทั้งไทยและต่างประเทศก็เริ่มให้ความสำคัญกับการนำเสนอข่าวผ่านสังคมออนไลน์กันมากขึ้น เพราะมันรวดเร็วกว่ายังไงหละ ทีนี้พอเรามองไปที่ Social Network ระดับตัวพ่อในประเทศไทย ตอนนี้ Facebook ก็ยังได้รับความนิยมเปรี้ยงปร้างอยู่  ซึ่งจริงอยู่ว่ามีผู้ใช้เยอะมากมายนะ แต่ด้วย Algorithm ของ News Feed อันแสนจะไม่โปรดปรานต่อผู้เสพย์ข่าว มันไม่เอื้อต่อการนำเสนอข่าวแบบ real-time เท่าที่ควร ฉะนั้นผมก็เลยมานำเสนอการใช้ Social Network อีกตัวที่ฮิตไม่แพ้กัน นั่นคือ Twitter นั่นเอง เกริ่นสั้นๆ กับ Twitter Twitter (อ่านว่า ทวิตเตอร์) เป็นสังคมออนไลน์ประเภทหนึ่งที่อยู่ในหมวดของ Micro-Blog ซึ่งคุณสามารถเล่าเรื่องราวที่พบเห็นในประจำวันได้อย่างอิสระภายใต้ 140 ตัวอักษรต่อ 1 ทวีต (หรือ 1 ประโยค) วิธีการเล่นก็ไม่ซับซ้อนอะไรมากมาย เพียงแค่เราอยากอ่านเรื่องราวของใครก็ตามไปกดติดตามหรือ Follow คนนั้น 

Continue Reading…

ความแตกต่างระหว่าง Facebook และ Google+

อ่า.. ได้ฤกษ์เขียนบล็อกเกี่ยวกับ Google+ ต่อจากนี้บล็อกผมจะมีซีรีย์ที่ชื่อ “มามะ Google+ รออยู่” ออกมาเรื่อยๆ จุดประสงค์จริงๆ คือ อยากให้ผู้ใช้คนไทยได้รู้จักกับ Google+ ให้มากกว่าเดิม รวมถึงอยากให้รู้จักวิธีใช้ที่จะทำให้คุณสนุกกับมัน คือผมว่าผมใช้แล้วมันก็โอเคนะ แต่พอคนเล่นน้อย มันก็ไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่  อีกอย่าง อยากให้ผู้ใช้มีทางเลือกมากกว่า หลังๆ ดูแล้ว Facebook ก็เริ่มไม่โอเคเท่าไหร่ละในสายตาผมนะ ก็เลยมีซีรีย์ต่อไปนี้ออกมาแน่นอน ก่อนที่เราจะไปรู้จักกับ Google+ ให้มากกว่าเดิม ผมขอนำเสนอเรื่องราวระหว่าง Facebook และ Google+ ว่าแตกต่างกันอย่างไรให้ได้อ่านกันก่อนละกัน เผื่อถ้าเริ่มชอบอกชอบใจอยากจะย้ายมาเล่น Google+ ก็จะได้ตามมาอ่านบล็อคตอนต่อไปได้อย่างสนุกสนาน Google+ ไม่ใช่ป่าช้าแล้วนะเฟ้ย!! อันว่า Google+ นั้นโดนข้อครหาเรื่องความเป็นป่าช้ามาตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม ซึ่งตอนนั้นก็ป่าช้าวัดดอนเรียกพี่จริงๆ พอช่วงปี 2012 ก็เกิดการพัฒนาตัวเองขึ้นมา(ซักที) ถึงกับปล่อยของออกมาไม่หยุดเลยทีเดียว เริ่มตั้งแต่ Communities ฟีเจอร์ที่ช่วยรวมกลุ่มคนที่มีความสนใจอะไรซักอย่างเข้าด้วยกัน ทำให้เกิดผู้ใช้มากขึ้น ต่อมาก็พัฒนาส่วนค้นหาเพื่อนให้มีความง่ายและฉลาดมากๆ ซึ่งถ้าใครลองกรอกข้อมูลตัวเองเช่นเรื่องเรียนที่ไหน ทำงานยังไง มันก็จะไปลากตัวเพื่อนมหาวิทยาลัยที่เรารู้จักหรือแนะนำคนที่คิดว่าคุณน่าจะรู้จักมาให้ จากนั้น Google ก็โฆษณาและพัฒนาให้เข้ากับผลิตภัณฑ์ของเค้าอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นที่รู้จักมากขึ้น 

Continue Reading…

มนุษย์วัยทำงาน Level.Novice

ลืมบอกกันไปเลยสินะว่าเรา… “เรียนจบแล้วโว้ยยยยยยยยย” จบตั้งแต่วันเสาร์ที่ 18 มกราคม รวม 130 หน่วยกิต เกรดก็ตามนั้น เฮ้อ เสร็จสิ้นกันซักทีชีวิตในวัยเรียน นี่ลองคิดๆ ดูแล้วนะ ผมใช้เวลากับการเรียนน่าจะ 18 ปีได้ นับตั้งแต่อนุบาล 2 ลากยาวมาจนถึงมหาวิทยาลัย อยากเขียนขอบคุณครูบาอาจารย์ เพื่อนๆ เจ้าหน้าที่ พนักงานในโรงเรียนเอยหรือมหาวิทยาลัยเอยเป็นชื่อคงจะยาวมาก บางคนจำได้บ้างไม่ได้บ้าง เยอะแยะไปหมด ตั้งแต่อยู่บ้านหลังจากส่งงานการเสร็จ มันรู้สึกเลยนะว่าอารมณ์เปลี่ยนๆ ไปเยอะ ทุกวันอยู่มอต้องทำงาน อยู่กับเพื่อน ทำโน่นนี่นั่น กลับมาบ้านก็ได้แต่กิน นอน เล่นกับหมาแมว จับเม้าส์จะทำงานแล้วก็ปิดโปรแกรมไป นอนดึก ตื่นเที่ยง เสพย์บันเทิง พูดง่ายว่า “ขี้เกียจแดก” เฮ้อ เพลียตัวเองสุดๆ ตอนนั้น คืออย่านึกว่าเราเป็นเด็กเกาะพ่อแม่กินนะ ก็ไปช่วยแม่ขายของบ้างไรบ้างแหละ ออกหางานแล้ว แต่ก็ไม่ได้บ้าง ไม่ถูกใจมาก (เรื่องมากเนอะ) สุดท้ายพี่เหมียว หัวหน้าทีมที่เคยฝึกงานอยู่ NECTEC ก็เลยโทรมาชวนให้กลับไปทำ Outsource 2 

Continue Reading…

Year In Review 2013 : ร่างสุดท้ายของวัยเรียน

เสร็จเป็นรูปเป็นร่างเรียบร้อย ตอนแรกว่าจะเขียนอะไรเยอะแยะ ซักพักก็มานั่งนึกได้ว่า… ภาพมันก็เล่าเรื่องอยู่แล้วปะนาย ก็เลยจัดการเอามาทำเป็นเว็บที่ไม่ได้มีแบบแผนในการเขียนแต่อย่างใด แถมทำลวกมากๆ ดีนะมี Bootstrap ช่วย ไม่งั้นตายหองแน่ๆ ยังไงก็เข้าไปเล่น เข้าไปส่อง Year In Review ของผมได้เว็บด้านล่างเลยนะคร๊าบ ชอบไม่ชอบ เจออะไรไม่ถูกใจก็มาติชมกันได้ที่บล็อกนี้นะ เว็บนั้นไม่ได้แปะกล่องคอมเมนท์ไว้ ปีหน้าสัญญาว่าจะทำให้มันมีลูกเล่นมากขึ้นกว่าเดิมละกัน :3 http://2013.itsvee.in.th