29 January 2014 vvkhxng

วันก่อนเดินผ่านโรงเรียนประถมแถวที่ทำงาน แล้วเห็นคุณครูปล่อยนักเรียนออกมาเก็บขยะกันหน้าโรงเรียน เข้าใจว่าน่าจะเป็นการฝึกเรื่องจิตสาธารณะ ซึ่งโรงเรียนตอนเด็กๆ ของหลายๆ คนก็คงมีการปล่อยให้เก็บขยะแบบนี้อยู่แน่นอน เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมเรื่องคุณธรรมประเด็นมันอยู่ที่ความไม่จริงใจต่อจิตสาธารณะของนักเรียนนี่แหละครับ เวลาครูปล่อยให้ไปเก็บขยะปั๊บ บางกลุ่มก็เดินลอยชาย บางกลุ่มก็ตั้งหน้าตั้งตาเก็บกันสุดยิก ตัวแปรสำคัญของกิจกรรมนี้อยู่ที่คำว่า “คนละ 10 ชิ้นถึงจะเข้าห้องเรียนได้” (หรืออาจจะให้กลับบ้าน ได้คะแนนก็ว่าไป บลาๆๆ) ซึ่งพอใกล้จะหมดเวลา กลุ่มที่เดินลอยชายก็วิ่งไปแย่งจากพวกตั้งใจเก็บ หรือคนไหนฝึกคอร์รัปชั่นแต่เด็ก ก็จะไปวิ่งหาเศษใบไม้ใบใหญ่ แล้วก็ฉีกให้ครบ 10 ชิ้น แล้วก็ให้ครูตรวจขยะแล้วก็ทิ้ง ผมจำได้ลางๆ ตอนเด็กว่าตั้งใจเก็บทุกชิ้นเลย เศษพลาสติกเอย เศษขยะเอย แล้วไปให้ครูตรวจด้วยความภูมิใจว่า ‘นี่ๆๆ ครบด้วย ไม่ซ้ำกันเลยนะ ไม่มีเศษใบไม้แห้งเลย’ พอเอาเข้าใจ ครูก็ไม่ได้ตรวจจริงๆ หรอก มองๆ แล้วก็สั่งให้ไปทิ้ง เฮ้อ (-_-)ผมว่าไอ้เรื่องการฝึกจิตสาธารณะให้เด็กเนี่ย ไม่ใช่เรื่องที่ช้าหรือเร็วไปนะ ซึ่งทุกคนรู้ว่าขยะในมือท่าน ต้องหย่อนลงถังเถอะครับ พอโตมาปัญหาเริ่มมีความซับซ้อนกว่าเดิมคือการแยกขยะ…  ทั้งหมดทั้งมวลมันเหมือนเราถูกสอนกันมาผิดๆ นั่นแหละครับจริงอยู่ว่าการทำแบบนี้ก็สอนเด็กได้ทางอ้อมมั่งละนะ แต่การไปกำหนดว่า 10 ชิ้น 20 ชิ้นถึงจะผ่านเกณฑ์มันถูกไม่คือเลยแฮะ ตอนที่เดินผ่านโรงเรียนประถมที่บอกข้างบนผมก็ยังเห็นเศษขยะเต็มหน้าโรงเรียนอยู่เลย เด็กบางกลุ่มก็ยังมาขอกลุ่มที่ตั้งใจเก็บอยู่ดี สรุป… ก็ไม่ได้ช่วยให้เด็กมีจิตสาธารณะเท่าไหร่อยู่ดีฉะนั้น เรื่องจิตสาธารณะในการรักษาความสะอาดในเด็ก ถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรงของครูทั้งหลาย ก็อยากจะให้อธิบายซักนิดว่าทำทำไม ทำแล้วได้อะไร ไม่ใช่อยู่ๆ ก็โผล่งผล่างว่า ‘ไปเก็บมา 10 ชิ้น’ จบ… แล้วยังงี้เด็กจะได้อะไรครับ ถึงจะไปกำหนดให้ลึกกว่าเดิมว่า ‘ไม่เอาเศษใบไม้นะ’ เด็กที่กำลังฝึกวิทยายุทธคอร์รัปชั่นก็ยังคงทำเหมือนเดิมคือ ฉีกเศษพลาสติกให้ครบ 10 ชิ้น เอาเป็นว่าสอนเด็กซักนิดก็ยังดีครับ ว่าทำแล้วได้อะไร หรือจะทำเป็นชั่วโมงจิตสาธารณะแบบเต็มชั่วโมงผมว่าก็เวิร์คนะ ให้เด็กช่วยกันทำความสะอาดโรงเรียนเลย สนุกดี โรงเรียนผมมีเหมือนกัน Big Cleaning Day ขัดพื้นห้องเรียนกันสนุกมาก แต่ไม่รู้เดี๋ยวนี้มีหรือเปล่านะ เด็กสมัยนี้กับสมัยผมมันต่างกันเยอะแล้ว (T_T)ปล. ที่พูดมาทั้งหมดนี่ทำมาหมดละ ฮ่าๆๆๆๆ

28 January 2014 vvkhxng

ต้องยอมรับว่าปัจจุบันนี้ Social Network มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในสังคมของมนุษย์เรา วันๆ หนึ่งมีข้อมูลมากมายมหาศาลที่ไหลอยู่ในสังคมออนไลน์นับไม่ถ้วน รวมถึงข่าวสารต่างๆ มากมาย ที่สำคัญบ้านเมืองเดี๋ยวนี้ก็เกิดอะไรมากมาย จะมามัวเสพย์ข่าวผ่านหนังสือพิมพ์หรือทีวีก็คงจะไม่ทันใจใช่ไหมเล่า เราก็จะเห็นได้ว่าสำนักข่าวหลายๆ เจ้าทั้งไทยและต่างประเทศก็เริ่มให้ความสำคัญกับการนำเสนอข่าวผ่านสังคมออนไลน์กันมากขึ้น เพราะมันรวดเร็วกว่ายังไงหละทีนี้พอเรามองไปที่ Social Network ระดับตัวพ่อในประเทศไทย ตอนนี้ Facebook ก็ยังได้รับความนิยมเปรี้ยงปร้างอยู่  ซึ่งจริงอยู่ว่ามีผู้ใช้เยอะมากมายนะ แต่ด้วย Algorithm ของ News Feed อันแสนจะไม่โปรดปรานต่อผู้เสพย์ข่าว มันไม่เอื้อต่อการนำเสนอข่าวแบบ real-time เท่าที่ควร ฉะนั้นผมก็เลยมานำเสนอการใช้ Social Network อีกตัวที่ฮิตไม่แพ้กัน นั่นคือ Twitter นั่นเองเกริ่นสั้นๆ กับ TwitterTwitter (อ่านว่า ทวิตเตอร์) เป็นสังคมออนไลน์ประเภทหนึ่งที่อยู่ในหมวดของ Micro-Blog ซึ่งคุณสามารถเล่าเรื่องราวที่พบเห็นในประจำวันได้อย่างอิสระภายใต้ 140 ตัวอักษรต่อ 1 ทวีต (หรือ 1 ประโยค) วิธีการเล่นก็ไม่ซับซ้อนอะไรมากมาย เพียงแค่เราอยากอ่านเรื่องราวของใครก็ตามไปกดติดตามหรือ Follow คนนั้น เราก็จะเห็นว่าในแต่ละวันเค้าทวีตอะไรบ้าง แล้วถ้ามีคนมากดติดตามคุณเค้าก็จะเห็นว่าคุณทวีตบ้าง หากชอบใจทวีตไหนก็กด Retweet (RT) เพื่อให้คนที่ติดตามคุณเห็นด้วย ซึ่งสิ่งที่ช่วยตอบสนองให้การใช้งาน Twitter ได้ดีขึ้นนั่นคือ Timeline ซึ่งเราจะเห็นทวีตต่างๆ ของเพื่อนที่เราติดตามไว้แบบ real-time วินาทีต่อวินาทีเลยทีเดียว ทำให้เกิดความรวดเร็วในการสื่อสารมากขึ้น แต่ก็แลกมาด้วยการนั่งอ่าน Timeline ทั้งวัน และข้อดีของการใช้งาน Twitter อีกอย่างหนึ่งคือ สามารถใช้งานผ่านหน้าเว็บไซต์หรือแอปบนมือถือทั้งที่เป็นของ Twitter เองหรือจะเป็นนักพัฒนาที่นำ API ไปใช้งานก็ได้ ทำให้เข้าถึง Twitter ได้อย่างทุกที่และทุกเวลารู้จักกับ Vine อีกนิดVine (อ่านว่า ไวน์) เป็นสังคมออนไลน์ที่เกิดขึ้นมาภายในบริษัทเดียวกับ Twitter เกิดมาเพื่อตอบสนองความไม่เพียงพอต่อ 140 ตัวอักษร Vine จึงทำหน้าที่ช่วยถ่ายวีดีโอสั้นๆ ภายใน 6 วินาทีแล้วทำการแชร์ใน Twitter ได้ทันทีนั่นเอง เพราะภายใน 6 วินาที…

27 January 2014 vvkhxng

อ่า.. ได้ฤกษ์เขียนบล็อกเกี่ยวกับ Google+ ต่อจากนี้บล็อกผมจะมีซีรีย์ที่ชื่อ “มามะ Google+ รออยู่” ออกมาเรื่อยๆ จุดประสงค์จริงๆ คือ อยากให้ผู้ใช้คนไทยได้รู้จักกับ Google+ ให้มากกว่าเดิม รวมถึงอยากให้รู้จักวิธีใช้ที่จะทำให้คุณสนุกกับมัน คือผมว่าผมใช้แล้วมันก็โอเคนะ แต่พอคนเล่นน้อย มันก็ไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่  อีกอย่าง อยากให้ผู้ใช้มีทางเลือกมากกว่า หลังๆ ดูแล้ว Facebook ก็เริ่มไม่โอเคเท่าไหร่ละในสายตาผมนะ ก็เลยมีซีรีย์ต่อไปนี้ออกมาแน่นอนก่อนที่เราจะไปรู้จักกับ Google+ ให้มากกว่าเดิม ผมขอนำเสนอเรื่องราวระหว่าง Facebook และ Google+ ว่าแตกต่างกันอย่างไรให้ได้อ่านกันก่อนละกัน เผื่อถ้าเริ่มชอบอกชอบใจอยากจะย้ายมาเล่น Google+ ก็จะได้ตามมาอ่านบล็อคตอนต่อไปได้อย่างสนุกสนานGoogle+ ไม่ใช่ป่าช้าแล้วนะเฟ้ย!!อันว่า Google+ นั้นโดนข้อครหาเรื่องความเป็นป่าช้ามาตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม ซึ่งตอนนั้นก็ป่าช้าวัดดอนเรียกพี่จริงๆ พอช่วงปี 2012 ก็เกิดการพัฒนาตัวเองขึ้นมา(ซักที) ถึงกับปล่อยของออกมาไม่หยุดเลยทีเดียว เริ่มตั้งแต่ Communities ฟีเจอร์ที่ช่วยรวมกลุ่มคนที่มีความสนใจอะไรซักอย่างเข้าด้วยกัน ทำให้เกิดผู้ใช้มากขึ้น ต่อมาก็พัฒนาส่วนค้นหาเพื่อนให้มีความง่ายและฉลาดมากๆ ซึ่งถ้าใครลองกรอกข้อมูลตัวเองเช่นเรื่องเรียนที่ไหน ทำงานยังไง มันก็จะไปลากตัวเพื่อนมหาวิทยาลัยที่เรารู้จักหรือแนะนำคนที่คิดว่าคุณน่าจะรู้จักมาให้ จากนั้น Google ก็โฆษณาและพัฒนาให้เข้ากับผลิตภัณฑ์ของเค้าอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นที่รู้จักมากขึ้น ในที่สุดก็เก็บตำแหน่งสังคมออนไลน์ที่มีผู้ใช้มากที่สุด (ประมาณ 340 ล้านคน) เป็นอันดับ 2 ได้สำเร็จ!ภาพจาก : ZDNetแล้วอะไรคือข้อแตกต่างของ Facebook กับ Google+ หละ ?ถ้าจะให้พูดง่ายๆ ก็คงจะFacebook จะเน้นไปที่เรื่องของเพื่อนที่เรารู้จักอยู่แล้ว รวมไปถึงคนที่คุณก็รู้จักดีGoogle+ จะช่วยสร้าง connection ใหม่ๆ รวมถึงหาคนที่น่าสนใจและช่วยแสดงเนื้อหาที่เหมาะกับคุณซึ่ง Facebook ไม่ได้ช่วยให้แสดง Content ใหม่ๆ ให้คุณ ในทางกลับกัน Google+ ก็ไม่สามารถค้นหาเพื่อนที่กำลังคุยกับคุณตอนนี้ได้นั่นเองแล้ว Google+ ทำงานยังไง ?ใน Facebook ใช้คำว่าแอดเพื่อน แต่ใน Google+ จะมีลักษณะเหมือน Twitter นั่นคือการ Follow หรือ ติดตาม นั่นเอง แต่ที่ไม่เหมือน Twitter ก็คือ Circle ทำหน้าที่จัดการเพื่อนๆ…

21 January 2014 vvkhxng

ลืมบอกกันไปเลยสินะว่าเรา… “เรียนจบแล้วโว้ยยยยยยยยย”จบตั้งแต่วันเสาร์ที่ 18 มกราคม รวม 130 หน่วยกิต เกรดก็ตามนั้น เฮ้อ เสร็จสิ้นกันซักทีชีวิตในวัยเรียน นี่ลองคิดๆ ดูแล้วนะ ผมใช้เวลากับการเรียนน่าจะ 18 ปีได้ นับตั้งแต่อนุบาล 2 ลากยาวมาจนถึงมหาวิทยาลัย อยากเขียนขอบคุณครูบาอาจารย์ เพื่อนๆ เจ้าหน้าที่ พนักงานในโรงเรียนเอยหรือมหาวิทยาลัยเอยเป็นชื่อคงจะยาวมาก บางคนจำได้บ้างไม่ได้บ้าง เยอะแยะไปหมดตั้งแต่อยู่บ้านหลังจากส่งงานการเสร็จ มันรู้สึกเลยนะว่าอารมณ์เปลี่ยนๆ ไปเยอะ ทุกวันอยู่มอต้องทำงาน อยู่กับเพื่อน ทำโน่นนี่นั่น กลับมาบ้านก็ได้แต่กิน นอน เล่นกับหมาแมว จับเม้าส์จะทำงานแล้วก็ปิดโปรแกรมไป นอนดึก ตื่นเที่ยง เสพย์บันเทิง พูดง่ายว่า “ขี้เกียจแดก” เฮ้อ เพลียตัวเองสุดๆ ตอนนั้น คืออย่านึกว่าเราเป็นเด็กเกาะพ่อแม่กินนะ ก็ไปช่วยแม่ขายของบ้างไรบ้างแหละ ออกหางานแล้ว แต่ก็ไม่ได้บ้าง ไม่ถูกใจมาก (เรื่องมากเนอะ) สุดท้ายพี่เหมียว หัวหน้าทีมที่เคยฝึกงานอยู่ NECTEC ก็เลยโทรมาชวนให้กลับไปทำ Outsource 2 เดือน ค่าตอบแทนก็อู้หูอ้าหาเหมือนกัน ตอนโทรมาตอนนั้น มันดันเกิดความสับสนเยอะอยู่ ไหนจะที่พักที่ไม่อยากกลับมาหอกอล์ฟวิวบ้าง ม็อบบ้าง อะไรบ้าง ไหนจะค่าใช้จ่ายในการลงทุนแรกที่แม่ต้องจ่ายอีก เลยให้แม่ฟันธงเลยละกัน พอไปปรึกษากับแม่ คำพูดแม่ตอนนั้นเหมือนเห็นเราอยู่บ้านก็คงเบื่อ เลยบอกให้มาทำเลย ดีกว่าอยู่เฉยๆ ไปวันๆ วันต่อมาก็เลยโทรไปตอบตกลงพี่เค้าซะเลย ฉะนั้น ตอนนี้ เวลานี้ อยู่หอกอล์ฟวิวเหมือนเดิม ตึกเดิม ห้องเลขเปลี่ยนไปตัวเดียว (อืมนะ..) เลือกที่พักเดิมเพราะใกล้สุดละแล้วก็ถูกด้วย ส่วนที่ทำงานก็ที่เดิม ระยะเวลา 2 เดือน นั่นหมายความว่า ผมคือ มนุษย์วัยทำงาน Level.Novice เรียบร้อย ^^ถ้าให้พูดตามช่วงวัย นี่ก็ 22 ละ น่าจะเป็นช่วงวัยรุ่นตอนปลายๆ แล้วมั้งนะ คือ 25 มันคงเริ่มหมดความเป็นวัยรุ่นแล้ว 26 ก็เริ่มอัพระดับเป็นผู้ใหญ่วัยแรกเริ่มประมาณนี้ ถามว่าทำงานมาสองวันรู้สึกยังไง ถ้าให้ตอบมันก็ยังบอกได้ไม่เต็มปากเท่าไหร่ เพราะสถานที่นี้เราก็คุ้นชินมาแล้วตั้ง 4…

4 January 2014 vvkhxng

เสร็จเป็นรูปเป็นร่างเรียบร้อย ตอนแรกว่าจะเขียนอะไรเยอะแยะ ซักพักก็มานั่งนึกได้ว่า… ภาพมันก็เล่าเรื่องอยู่แล้วปะนาย ก็เลยจัดการเอามาทำเป็นเว็บที่ไม่ได้มีแบบแผนในการเขียนแต่อย่างใด แถมทำลวกมากๆ ดีนะมี Bootstrap ช่วย ไม่งั้นตายหองแน่ๆ ยังไงก็เข้าไปเล่น เข้าไปส่อง Year In Review ของผมได้เว็บด้านล่างเลยนะคร๊าบ ชอบไม่ชอบ เจออะไรไม่ถูกใจก็มาติชมกันได้ที่บล็อกนี้นะ เว็บนั้นไม่ได้แปะกล่องคอมเมนท์ไว้ ปีหน้าสัญญาว่าจะทำให้มันมีลูกเล่นมากขึ้นกว่าเดิมละกัน :3http://2013.itsvee.in.th