23 September 2013 vvkhxng 0Comment
เค้าบอกว่าธรรมเนียมของคนไปงาน BarCamp ไม่ว่าจะประเทศไหน จักรวาลไหน สิ่งที่คุณต้องทำคือการกลับมาเขียนบล็อกว่าคุณได้อะไรจากการไปงานนี้บ้าง ซึ่งใครใคร่อยากเขียนก็เขียน ไม่อยากเขียนก็ไม่มีใครว่าท่านแต่อย่างไร
ปีนี้เป็นปีแรกครับที่ได้ไปงาน BarCamp Bangkhen จัดที่ม.เกษตรทุกปี ซึ่งปีนี้จัดเป็นครั้งที่ 4 โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมงานนี้ถึง 700 กว่าคนเลยทีเดียว รายละเอียดงานคร่าวๆ ก็เหมือนงานสัมมนาที่ผู้เข้าร่วมมีสิทธิกำหนดเรื่องราวที่พูดได้เอง (รายละเอียดแบบเยอะๆ) อีกทั้งเรื่องราวที่พูดก็ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่อง Programmer หรือ IT เสมอไป เพราะปีนี้แทบจะหลากหลายจริงๆ ตั้งแต่เรื่องสุขภาพ เรื่องดนตรียันไปถึงเรื่องไสยศาสตร์! (ดูรายชื่อ Sesssion ในปีนี้) ตั้งแต่งานเริ่มจนจบ After Party ผมว่าใครพลาดพิธีเปิดงานนี้โคตรเสียดายเลย ถึงพิธีเปิดมันจะดูง่ายๆ แต่ว่าทำให้ผู้เข้าร่วมทุกท่านได้มีส่วนร่วมในงานด้วยการทวิต แล้วติดแท็ก #bcbk เข้าไป ก็จะแสดงเป็น Timeline บน Projector ให้ได้เฮฮากัน (แรกๆ ก็มีสาระ หลังๆ เริ่มออกทะเลซะงั้น)

Welcome to Barcamp Bangken 4 😉 #bcbk
— วีวี่คะลุงซ์ (@vVkungz) September 22, 2013

ตอนแรกก็อยากเป็นแค่คนไปนั่งฟังในแต่ละ Session แต่คิดไปคิดมา ไหนๆ ก็พอมีติดตามเรื่อง Trends ใน Social Network มาพอตัว ประกอบกับเป็น Writer ที่ Faceblog.in.th ด้วย ก็เลยปรึกษาพี่ +Moon Buu (@buumoon) ว่าไปออกซัก Session เป็นการโฆษณาเว็บไปในตัวละกัน เดี๋ยวผมพูดเอง
เรื่องตอนแรกที่จะพูด กะจะพูดเกี่ยวกับเรื่อง Marketing Online ระหว่าง Line กับ Facebook ว่าใครจะคุ้มกว่ากัน แต่ก่อนจะมางานออกไปทำธุระมากว่าจะถึงห้องก็เผลอหลับไปอีก -*- ก็เลยไม่พูดดีกว่า ปรากฎว่าวันมางานมางานสายมาก ตอนแรกเค้าแปะให้โหวต Session กันแล้ว ก็ถอดใจไป พอถามเพื่อนว่าเค้ายังให้เปิด Session ได้อีกมั้ย พอบอกว่าได้ เราก็พอมีความหวังอยู่บ้าง แล้วในสมองตอนนั้นคือไม่เอาเรื่อง Marketing Online มาพูดดีกว่า เพราะข้อมูลยังไม่แน่นพอแถมดูจะซีเรียสเกินไป ก็เลยมีการโหวตอยู่ในสมองตัวเองว่า ระหว่าง เอาเรื่องของการก๊อปปี้ผลงาน หรือ เหตุจูงใจในการมีกระทู้พันทิปแปลกๆ มาพูดดีๆ ถามคนรอบข้างกับถามความเชี่ยวชาญแล้ว ตัดสินใจพูดเรื่องก๊อปปี้ละกัน โดยให้ชื่อ Session ว่า “ของฝากนักก๊อป” (ต้องขอขอบพระคุณเพจ ของฝากนักก๊อบ ที่เป็นแรงบันดาลใจในการตั้งชื่อ Session และขอขอบพระคุณผู้เข้าร่วมงานที่โหวตเรื่องนี้กันนะครับ -/-)
ขอบคุณภาพจาก : @fbinth
สำหรับเนื้อหาใน Session อื่นๆ ต้องขอบอกว่า ไปเข้าฟังก็เหมือนไม่ได้ฟังเพราะมัวแต่ปั่นสไลด์ กลัวไม่เสร็จ ต้องขอโทษ Speaker ในหลายๆ Session ที่ผมเข้าไปแล้วไม่ตั้งใจฟังด้วยนะฮะ T^T แต่ว่าก็แวะเวียนไปนั่ง Session ของ +GDG Thailand อยู่ ไปเรียกว่าเป็นหน้าม้าจะดีกว่า (ฮา) ซึ่งพี่ +Wittaya Assawasathain (@witoh) ก็ให้ความรู้กับผู้เข้าฟังกับเรื่อง GDG Thailand อย่างครบทุกเรื่อง รวมถึง Recap งาน Googl I/O 2013 และงาน GDG DevFest Bangkok ที่ผ่านมาอีกด้วย ส่วน Session น้อง +Thai Pangsakulyanont (@dtinth) เรื่อง Vim พี่ต้องขอโทษด้วยที่ไม่ได้ตั้งใจฟังเพราะพี่ก็งงว่าน้องทำอะร๊ายยยย ส่วน Session เรื่องกู้บ้านของพี่ +Peerapat A (@nuboat) ก็ทำให้เข้าใจเรื่องการซื้อบ้านได่ง่ายขึ้น แถมรู้ด้วยอีกว่า เขียนโปรแกรมเองได้ฟังก์ชันเยอะกว่า Excel ซะอีก! น่าจะเข้าแค่นี้นะเท่าที่จำได้ นอกนั้นก็ไปอู้ปั่นสไลด์อยู่

คนมาฟัง @vVkungz พูดในงาน #bcbk เรื่องของฝากนักก๊อปฮับ น้ำตาจะไหล ;___;)/ pic.twitter.com/zL1fTgOlyZ
— Faceblog.in.th (@fbinth) September 22, 2013

เอาละ ก็ขออนุญาตโฟกัสไปที่ Session ของผมเลยละกัน กับ “ของฝากนักก๊อป” เนื้อหาสาระคร่าวๆ ใน Session นี้ก็จะพูดถึงเรื่องของการคัดลอกผลงานกันใน Social Network ที่เกิดขึ้นแบบไม่หยุดไม่หย่อน ก็เลยยกเหตุผล, Case Study และการทำ Content อย่างไรให้มีความแตกต่างและน่าสนใจในแง่ของ Branding (พาร์ทหลังนี่สาระล้วนๆ)


แล้วก็เปิดโอกาสให้แลกเปลี่ยนเหตุการณ์โดนหวดวงสวิงจาก “โปรก๊อป” กัน ซึ่งจริงๆ สิ่งที่ผมคาดหวังแค่ว่า อยากให้ภายในสังคมออนไลน์เกิด Content ใหม่ๆ จากไอเดียของคุณก็พอและผมก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะให้ทุกๆ คนรู้จักกับ CC (Creative Common) ซะด้วยซ้ำ แต่เกินคาดครับ ผมได้รับความรู้เองมากมายด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การก๊อบทวิตเกิน 3 ครั้ง ของพี่ +icez wangthammang (@icez)

ใครเจอคนก็อปทวิตบ่อยเกิน 3 ครั้ง สามารถเอาลิงก์ที่นางก็อปแจ้งไปทางทวิตเตอร์ ทางทวิตเตอร์สามารถแบนยูสเซอร์ได้ #BCBK
— 囧 (@iannnnn) September 22, 2013

และเรื่องอื่นๆ ที่ทุกคนแลกเปลี่ยนความเห็นกันเข้ามา เช่น
  • การให้เครดิตกับเจ้าของผลงานก็จริง แต่ถ้าเจ้าของไม่ยอม ก็มีสิทธิที่จะเรียกร้องตามกฎหมายได้
  • เหตุผลที่มากกว่าข้ออ้างว่า ทำไมคนขี้ก๊อปก็ยังก๊อปอยู่ดี ก็มีพี่ @icez ช่วยตอบให้อีกเช่นในแง่จิตวิทยาว่า “เค้าต้องการพื้นที่ในสังคม” แค่นั้นเอง
  • ไม่ว่าจะทวิตคำคมสวยหรูขนาดไหน พี่ +Prachya Singhto (@iannnnn) ก็บอกด้วยว่า ทุกสิ่งอย่างถือเป็นผลงานของเรา เรามีสิทธิที่จะเรียกร้องได้หมด
  • มีพี่ท่านหนึ่งด้านหน้าก็ให้ความรู้ว่า ภาพไหนก็ตามที่อัพขึ้น Instagram แล้วมีลายน้ำหรือสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าภาพนี้คือของเรา ภาพนั้นคือของเรา แต่หากภาพไหนก็ตามถ่ายแล้วอัพขึ้นไปโดยไม่ใส่อะไรเลย ภาพนั้นจะมีสถานะเป็นสาธารณะกลายๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเอาไปใช้ดัดแปลงหรือขายได้นะครับ เพราะมี Legal ของ Social Network นั้นๆ รับรองอยู่นะ
  • แล้วก็มีท่านหนึ่งให้ความเห็นว่า ถึงจะติด CC ในเว็บหรืออะไรก็ตาม ถ้าตาสีตาสาไม่รู้จัก ยังไงเค้าก็ไม่รู้อยู่ดี แปะไปก็เท่านั้น

ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพียงความรู้และการแลกเปลี่ยนส่วนหนึ่งภายใน Session “ของฝากนักก๊อป” ที่ผมคิดว่า Session นี้ ไม่ใช่แค่ของผมหรือของ Faceblog แต่มันคือของทุกๆ คนเลยละครับ (พิมพ์ให้หล่อ อิอิ) และผมก็ยังตื่นเต้นไม่หายที่มีผู้เข้ามาร่วมฟังเยอะมากกกกก เยอะจนผมก็เกร็งเลยละ ฮ่าๆ แต่ยังไงผมและทาง Faceblog.in.th ก็ต้องขอขอบพระคุณผู้ที่เข้าร่วมฟัง Session พวกเราทุกๆ ท่านนะครับ รับรองว่างานหน้า จะหาเรื่องมาให้ชาว Social Network ได้สนุกกันอีกแน่นอน 🙂


** ต่อไปนี้เป็นเรื่องดราม่า โปรดใช้วิจารณญาณในเสพย์ (แถมยาวด้วย ขี้เกียจอ่านก็เลื่อนข้ามไป) **

และแล้วก็มีเหตุการณ์ที่จริงๆ ผมไม่ได้ตั้งตัว แต่คิดว่ามันก็เป็นเคสที่น่าสนใจ (หลังจากเรื่องนี้จะมีแต่นามสมมตินะครับ จะได้ไม่ต้องมีการพาดพิงใคร) คือ ผมก็รู้จักกับคุณ A เจ้าของเว็บ ค มานานแล้ว เค้าก็ถามว่าจะพูดเรื่องอะไร ผมก็บอกเค้าไปว่าจะพูดเรื่องนี้แหละ บลาๆๆ เค้าก็เสนอว่า เนี่ย ผมมีเคสนึง น่าสนใจนะ เว็บ อ เนี่ยเค้าก๊อปเว็บผมมา คุยดีๆ ก็แล้วโต้กันไปมาเกือบเดือนแล้วยังไม่เคลียซักที ผมก็ขอรูปเค้ามาก่อน ซึ่งผมก็รู้จักกับเว็บ ค มานานแล้วก็รู้ด้วยว่าจุดกำเนิดมันมาจากไหน (เรื่องนี้ไม่คิดว่าตัวเองจะฟังความข้างเดียวแน่ๆ แต่ในแง่คนทำเว็บ ถึงจะมีเว็บคู่แข่งที่เกิดขึ้นมาเหมือนกันก็จริง แต่ถ้ามี Design หรือการออกแบบใดๆ ที่มีการลอกเลียนเกิดขึ้น ถึงแม้ Logo จะใช้ Font เดียวกัน มันก็ดูเป็นการจงใจเกินไป) ซึ่งผมก็ไม่ได้เอาลงเคสนี้ Slide เลย แล้วก็ไม่เป็นประเด็นในการพูดด้วย เพราะเราต้องการพูดเรื่องการก๊อป Content ในสังคมออนไลน์เท่านั้น พอตอนจบ Slide ก็เป็นตอนที่ให้แลกเปลี่ยนกัน ซึ่งก่อนจบงานคุณ A เค้าก็ถามขึ้นมากลางห้องว่า แล้วถ้าก๊อปเว็บนี่ต้องทำอย่างไรครับ ถึงผมก็แอบสะดุ้งเหมือนกัน (แล้วก็แอบยอมรับว่าเหลิงนิดหน่อยด้วย – -“) ซึ่งทุกคนในงานดูเหมือนจะสนใจ เค้าเลยบอกให้ผมเปิดภาพให้ดู ซึ่งต้องบอกตามตรงว่าเราไม่ได้เตี๊ยมกันมาก่อนแน่นอน แล้ว Faceblog.in.th ก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกันเรื่องนี้แน่นอน อีกทั้งผมก็ไม่รู้ว่าเจ้าของเว็บ อ ดันจะมาต่อใน Session ผมซึ่งผมก็ไม่ทราบมาก่อน เพราะตอนดูล่าสุด Session ที่ต่อจากผมมันยังว่างอยู่เลย ก็เลยเปิดรูปที่คุณ A ให้ผมมา ทำให้เกิดเสียงเซ็งแซ้ในห้องเลยทีเดียว เพราะความที่มัน Inspiration ซะขนาดนั้น… ขนาดพี่แอนผู้คล่ำหวอดในวงการ Design ยันออกปากว่า No Comment เลย ซึ่งพอหลังจากที่จบ Session และทุกคนออกจากห้องมา ก็ดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ปรากฎว่าพอจบงาน Twitter ของเว็บ อ กลับมีทวิตที่เสียดสี ประชดประชันการกระทำที่ผมและคุณ A ได้พูดถึงเรื่องนี้ขึ้น โดยเค้าทวิตเกี่ยวกับเรื่องนี้ออกมาในแง่ที่ทำให้ภาพลักษณ์ของเว็บเริ่มติดลบลงไปเรื่อยๆ ถ้าใครตามอ่าน Tag หลายๆ ท่านจะให้ความเห็นเหมือนที่ผมคิดเห็นเหมือนกันคือ “คุณควรจะออกมาบอกว่า ถ้าคุณไมไ่ด้ก๊อป ส่วนไหนที่ไม่ได้ก๊อป แล้วทำไมคุณไม่ยกมือแล้วแก้ต่างภายในห้องให้ทุกคนเข้าใจ แต่คุณกลับมาทวิตหลับหลัง” ซึ่งผมขอมองเรื่องนี้แบบเป็นกลาย ถึงแม้จะรู้จักกับคุณ A ก็ตาม แต่ผมก็รู้ว่าเ็ว็บเค้ามาก่อนแน่นอน จริงๆ ถ้ามองง่ายๆ เว็บไม่ได้ถูกก๊อปครับ จริงๆ เรียกว่า เลียนแบบ มากกว่า แต่ในแง่คนทำเว็บด้วยกันผมก็รับไม่ได้นะที่มีการเลียนแบบตั้งแต่ Logo Font เดียวกัน ไปจนกระทั่งการใช้ Layout ของเว็บที่แทบจะเหมือนกันทั้งเว็บ

แล้วถ้าให้ผมมองว่าเราได้อะไรจากเรื่องนี้ เยอะเลยครับ

  • หากคุณอยากทำเว็บภายใต้แนวคิดเหมือนกับคนอื่น คุณต้องทำให้ต่าง ไม่ใช่ เหมือน หรือ เลียนแบบ คุณต้องดึงจุดเด่นว่าคุณมีดีอะไรกว่าเค้า แล้วเดี๋ยวก็จะมีคนมาใช้บริการเว็บของคุณเอง อย่าใช้ตรรกะเหมือนเพื่อถล่มให้คนมาก่อนดับสนิท
  • อย่าใช้ Twitter Branding ในการประชดประชันหรือพูดจาไม่ดี เพราะจะทำให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์คุณติดลบแน่นอน ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยกับหลายๆ แบรนด์ ซึ่งหากเค้าจะออกมาแก้ตัวหรือต่าง จะต้องใช้คำสุภาพ และแถลงออกมาเป็นอย่างทางการ ไม่ควร พูดจากถากถาง ประชดหรือเสียดสีในกรณีที่คุณคิดว่าคุณไม่ผิดจริงๆ
  • หากเรื่องที่กล่าวมาเป็นเรื่องเข้าใจผิด ควรจะออกมาแก้ต่างด้วยเหตุผลมากกว่าการออกมาพูดประชดให้ดูดีไปวันๆ
ผลสรุปของเรื่องนี้ ผมก็ไม่ทราบว่าสองเว็บนั้นจะไปตกลงกันอย่างไรต่อ แต่ท่าทีของเว็บ อ ตอนนี้ก็เปลี่ยน Layout เว็บแล้ว แต่ก็ยังยึด Pattern การใช้ Font เหมือนเดิม หลังจากนี้ก็คงไม่ตามเรื่องนี้ต่อแล้ว เพราะมันก็ไม่ใช่เรื่องอะไรของผมซักนิด – – แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น หากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ทำให้เกิดความเสียหายต่อ Faceblog.in.th ก็ขอให้เป็นที่ความผิดของผมที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์เองนะครับ ทาง Faceblog ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ทั้งสิ้นนะครับ


หลังจบงานก็มี After Party มีพิซซ่าที่ทุกๆ คนรอคอย(กินฟรี)กัน แล้วก็มีดนตรีเพราะๆ จากวง iHear Band ซึ่งก็ได้รับเกียรติให้มาเล่นดนตรีในงานนี้ทุกปี ก็ทำให้งานในปีนี้จบลงได้อย่างสนุกสนานและประทับใจตามๆ กัน

สำหรับงาน Barcamp Bangkhen ในปีนี้ นอกจากจะได้ความรู้ ความสนุกและแลกเปลี่ยนเรื่องราวกันแล้ว สิ่งที่ผมได้มากกว่าสิ่งไหนๆ คือมิตรภาพครับ ได้เจอเพื่อนๆ พี่ๆ ชาว Twitter หลายคนมาก ก็ไม่คิดว่าทุกๆ คนจะเฮฮากว่าใน Twitter ซะอีก ก็หวังว่าปีหน้าจะได้เข้าร่วมงานสนุกๆ แบบนี้อีก แล้วก็รับรองว่าไม่พลาดที่จะนำเรื่องราวใน Social Network ไปเปิด Session ให้ได้สนุกกันนะครับ :3

ปล.๑ ขอบพระคุณ AIS3G มา ณ ที่นี่ 3G คุณพี่เร็วจนผมประทับใจจริงๆ ;w;)/
ปล.๒ ขอบคุณ +Nattawut Rodtong (@iamgotta) ที่ถ่ายรูปในงานไว้เยอะมาก เลยขอเอามาแปะในบล็อกหน่อยนะ ><
ปล.๓ ขอบคุณอีกครั้งกับพี่ +Moon Buu (@buumoon) ถ้าพี่ไม่ชวนผมเป็น Writer ใน Faceblog ก็ไม่มี Session สนุกๆ แบบนี้แน่นอน
ปล.๔ ขอบคุณทุกคนที่เข้าร่วม Session ผมอีกครั้งนะครับ ขอบคุ๊ณณ ขอบคุณ จุ๊บๆ -3-)/

ปล.๕ หลอกให้อ่าน ไม่มีอะไรหลอก ฮ่าๆๆๆ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *