บันทึกเด็กฝึกงาน : สัปดาห์ที่ 6

สัปดาห์ที่ 6 สัปดาห์ที่ 6 แล้ววววว เร็วโคตรๆ เลยอะ แป๊บเดียวจะครึ่งทางแล้ว ในสัปดาห์นี้ ยอมรับว่าเป็นสัปดาห์ที่โคตรพ่อโคตรแม่ขี้เกียจเลย (จริงๆ นะ) คือวันจันทร์เค้ามีสัมมนาอะไรไม่รู้ คือหัวหน้าแลปบอก วันนี้มีสัมมนานะลงไปด้วย ไอ้เราก็นึกว่ามีใครสอบจบหรือเปล่าว้า เห็นช่วงนี้เด็กฝึกงานหายเงียบเลย ผิดคาดแฮะ งานประชุมของ NECTEC กับมหาวิทยาลัยที่ญี่ปุ่น ก็เลยไปเป็นเด็กช่วยทำงานละก็นั่งฟังบ้าง สลับกันไป ก็คือไม่ได้งานเลยแหละ 555 พอวันอังคารกับพุธ ไปลงพื้นที่ที่ม.นเรศวรมา คือพี่เลี้ยงกับหัวหน้าแลปเค้าจะไปทำคุยกับอ.ที่ศูนย์ศึกษาพม่าเพื่อขอให้แกมาช่วยทำ Content ให้ เราก็เลยติดสอบห้อยไปด้วยเพราะเผื่ออาจารย์เค้าอยากได้อะไรเพิ่มเติมเราจะได้เพิ่มในงานของเรา ปรากฎว่าความต้องการของอาจารย์ตรงกับความคิดเราพอดีเลย สบายตัว ก็เลยสองวันนั้นโคตรรรรสบาย วันอังคารก็เดินทาง ไปถึงที่พักก็กลิ้งๆ ไปๆ มาๆ กินๆ เที่ยวๆ วันพุธแวะไปมอมาสามชั่วโมงแล้วก็กลับ… ถึงหอก็สลบเลย วันพฤหัสก็นั่งเขียนข่าวให้ Faceblog.in.th ทั้งวัน คือข่าวมันเยอะมากกกก แล้วประชุมไปตั้งแต่เช้าายันเที่ยงเลย บ่ายก็เลยแบบ โอ่ย ขี้เกียจ 555 ก็เลยนั่งเขียนข่าวดีกว่า พอวันศุกร์ คอสเพลเป็นพนักงานออฟฟิศที่เจ้านายต้องเอือม คือ 

Continue Reading…

ย้อนรำลึกหวนคำนึงเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก YWC 8

ครั้งสมัยข้าพเจ้ายังเอ๊าะๆ ตั้งแต่ 3 ขวบ (เดี๋ยวๆ ย้อนเกินไปละ) ตั้งแต่อยู่ปี 1 ก็ได้มีโอกาสเข้าค่ายระดับประเทศอันแสนจะเข้ายากแถมไม่ได้โนเนมเหมือนค่ายคนไอทีทั่วๆ ไปซะด้วย นั่นคือค่าย Young Webmaster Camp นั่นเอง ซึ่งเป็นค่ายที่รวมคนทำเว็บขนานแท้เอาไว้ด้วยกันมากที่สุดในประเทศไทยเลยทีเดียว อีกทั้งใครได้เข้าค่ายนี้จะได้เจอเจ้าของเว็บชื่อดังมากหน้าหลายตาด้วย เช่น พี่ปอนด์เว็บ dek-d.com ,พี่ๆ จากเว็บ sanook.com หรือจะเป็นผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ Pantip.com เป็นต้น รู้จัก YWC ได้อย่างไร จริงๆ ต้องบอกก่อนว่าเคยเข้าค่าย JWC หรือ Junior Webmaster Camp มาก่อน เข้าตอนรุ่น 2 สำหรับเจ้าค่ายนี้จะเป็นค่ายของเด็กมัธยมที่อยากทำเว็บ คือจำได้ว่าเห็นข่าวในเว็บ zone-it.com แล้วอยากเข้ามากกกก คือเราทำเว็บง่อยๆ เป็นแต่เราไม่รู้ไงว่าทำเว็บจริงๆ เค้าทำกันยังไง สมัครไปตอนแรกติดสำรอง ซักพี่ค่ายโทรมาบอกว่า ได้เป็นตัวจริง โฮวววว ไม่คิดไม่ฝัน ฮ่าๆ ทีนี้ตอนเข้าค่ายนั้น ก็เลยทำให้รู้จักกับพี่ๆ YWC 

Continue Reading…

เก็บตก BarCamp Bangkhen 4 งานนี้ครบทุกอารมณ์!

เค้าบอกว่าธรรมเนียมของคนไปงาน BarCamp ไม่ว่าจะประเทศไหน จักรวาลไหน สิ่งที่คุณต้องทำคือการกลับมาเขียนบล็อกว่าคุณได้อะไรจากการไปงานนี้บ้าง ซึ่งใครใคร่อยากเขียนก็เขียน ไม่อยากเขียนก็ไม่มีใครว่าท่านแต่อย่างไร ปีนี้เป็นปีแรกครับที่ได้ไปงาน BarCamp Bangkhen จัดที่ม.เกษตรทุกปี ซึ่งปีนี้จัดเป็นครั้งที่ 4 โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมงานนี้ถึง 700 กว่าคนเลยทีเดียว รายละเอียดงานคร่าวๆ ก็เหมือนงานสัมมนาที่ผู้เข้าร่วมมีสิทธิกำหนดเรื่องราวที่พูดได้เอง (รายละเอียดแบบเยอะๆ) อีกทั้งเรื่องราวที่พูดก็ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่อง Programmer หรือ IT เสมอไป เพราะปีนี้แทบจะหลากหลายจริงๆ ตั้งแต่เรื่องสุขภาพ เรื่องดนตรียันไปถึงเรื่องไสยศาสตร์! (ดูรายชื่อ Sesssion ในปีนี้) ตั้งแต่งานเริ่มจนจบ After Party ผมว่าใครพลาดพิธีเปิดงานนี้โคตรเสียดายเลย ถึงพิธีเปิดมันจะดูง่ายๆ แต่ว่าทำให้ผู้เข้าร่วมทุกท่านได้มีส่วนร่วมในงานด้วยการทวิต แล้วติดแท็ก #bcbk เข้าไป ก็จะแสดงเป็น Timeline บน Projector ให้ได้เฮฮากัน (แรกๆ ก็มีสาระ หลังๆ เริ่มออกทะเลซะงั้น) Welcome to Barcamp Bangken 4 😉 #bcbk— 

Continue Reading…

บันทึกเด็กฝึกงาน : สัปดาห์ที่ 5

สัปดาห์ที่ 5 Mock up ของงานก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น แทบจะเรียกว่าใส่โค้ดเข้าไปก็ใช้งานได้เลย แต่เราต้องค่อยๆ ทำไปทีละขั้นตอน เดี๋ยวจะงงเอา เมื่อวันศุกร์ได้มีโอกาสเป็น TA ในการสอนครูอาจารย์ใช้สื่อการสอน LearnSqaure ในการช่วยสอน ก็ได้เจออาจารย์วัยสะรุ่นเยอะแยะเหมือนกัน แล้วได้เอาเทคนิคที่เคยใช้สอนตอนอยู่มหา’ลัยมาใช้ ก็ไม่เกร็งหรือตื่นเต้นอะไร อีกอย่างอาจารย์ส่วนใหญ่เป็นคนที่ใช้เทคโนโลยีเป็นอยู่แล้ว ทำให้เข้าถึงเนื้อหาได้เร็วมาก นอกเรื่องนิดนึง พอเลิกจากสอนก็ไปเล่นเกมที่ฟิวเจอร์มา ตอนแรกก็ไม่รู้หรอกว่าที่นั่นมีตู้เกมด้วย *[]*)b พอรู้ว่ามีตู้ PIU ก็เลยแว๊บไปเล่นเลย ปรากฎว่าเอารองเท้าวิ่งไปเล่น ลื่นปรื๊ดเลย T T (จำไว้ว่าถ้าพื้นหน้าสัมผัสรองเท้าไม่เรียบหรือไม่แน่นพอ เล่นทีหัวแตกแน่ๆ) ก็ได้เจอเจ้าถิ่นที่เล่นที่นั่นละ เป็นพวกน้องๆ มัธยมนะตอนที่เจอ ยังไม่ได้เข้าไปตีสนิทอะไรมาก แต่ถ้าไปเจอกันบ่อยๆ ก็คงจะได้พูดคุยกันมากกว่านี้แน่ๆ

[กรณีศึกษา] Facebook เป็นพื้นที่ส่วนตัว จริงหรือ ?

Hot Topic ในวันนี้คงจะเลี่ยงไม่ได้กับเรื่องของหญิงสาวท่านหนึ่งที่ได้โพสข้อความบนหน้า Facebook ของเธอด้วยถ้อยคำที่รุนแรงต่อผู้ที่มาติดต่อราชการในเวลาเที่ยง (ซึ่งจากข้อความจับใจความน่าจะเป็นคนพิการที่เข้ามาขอใช้บริการ) แล้วมีเพื่อนใน Facebook ของสาวผู้นั้น ได้พบเห็นข้อความจึง Capture แล้วก็โพสลง Pantip ซะเลย ซึ่งตอนนี้ก็มีคนตีความไปสองกลุ่มว่า เหตุที่เธอใช้ข้อความที่หยาบคายได้ขนาดนี้เพราะ เธอโมโหหิว (มีคนบอก Viral ของ สนิกเกอร์ อีกแก๊)  เธอมาตามคุณสามีของเธอไปตามข้าวเที่ยง (Update: ล่าสุดหลายๆ คห.บอกว่าสาวเจ้ามาตามคุณสามีไปทานข้าวแล้วมีคนพิการมาขอใช้บริการทั้งๆ ที่เวลาเที่ยงแล้ว นางก็เหวี่ยงซิ : สนิกเกอร์มั้ยเจ๊) และแน่นอนว่า เมื่อเข้าสู่สังคมของ Pantip ปั๊บ ก็เกิดการวิจารณ์เธออย่างหนักมาก (นี่ถ้าเธอเป็นดาราอาจจะถึงออกจากวงการดาราเลยทีเดียว) ทำให้คุณเธอต้องออกมาขอโทษขอโพยพร้อมบอกว่า “ถ้าเรื่องนี้เธอไม่โดน เธอไม่รู้หรอก (กระซิกๆ)” ปรากฎว่าพอเรื่องนี้เริ่มหนักเข้า เธอทนไม่ไหว จึงนำข้อความที่มีทั้ง Pantip และ Facebook ไปลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจ ในข้อหา หมิ่นประมาท แล้วก็อธิบาย ก็เราโพสหน้า Wall เราเอง ตั้งค่าความส่วนตัวเป็นเฉพาะเพื่อนด้วย ทำไม่ได้ถูกนะ เราโพสในเฟสเราก็ต้องส่วนตัวเราสิ พร้อมทั้งนำพรบ.คอมพิวเตอร์ มาตราที่ 

Continue Reading…