Monthly Archives

September 2012

Entertainment

[ไปดูมาแล้ว] จัน ดารา : ปฐมบท


ว่าจะไม่ดองบล็อก สุดท้ายก็ไม่พ้นจริงๆ -*- วันนี้ไปดู จันดารา : ปฐมบท มาครับ พอดีทำงานเครียด ตึง เลยชักชวนพี่ๆ แก๊งเดิมไปดูหนังด้วยกัน ด้วยความที่ Resident Evil เนี่ย ไม่ได้ดูตั้งแต่ภาคแรก เลยตกผ่าน อีกอย่างเรื่องนี้ปู 18+ มา แถมมีกระแสแจกแคลเซียมเต็มหนัง เลยต้องไปจัดแก้เครียดซักนิด อิอิ

จันดารา : ปฐมบท – เพราะเซ็กส์คือจุดกำเนิดของทุกสิ่ง


ที่จั่วหัวเข้ามาแบบนี้ อย่าตกใจไปว่าทำไมเขียนซะตกใจ เพราะมันเป็นแบบนั้นจริงๆ ขออธิบายเนื้อเรื่องคร่าวๆ อย่างไม่สปอยด์ก่อนนะครับ (อ้อ ภาคก่อนที่เค้าเล่นกันไม่ต้องถามนะครับ ไม่ได้ดู ฮา) จัน (มาริโอ้ เมาเร่อ) เด็กหนุ่มที่ถูกพ่อ หลวงวิสนันทเดชา (ศักราช ฤกษ์ธำรงค์) รังเกียจและสาปแช่งมาตั้งแต่คลอดเพราะทำให้แม่ ดารา พิจิตรวานิช (สาวิกา ไชยเดช) ตาย มีน้าฝ่ายแม่ คุณวาด รับเป็นแม่เลี้ยงบุญธรรม ซึ่งจันก็เติบโตมาพร้อมกับ เคน (ชัยพล จูเลี่ยน พูพาร์ต) ทำให้กลายเป็นเพื่อสนิทกันเลยก็ว่าได้ ด้วยความที่คุณดาราตาย ทำให้พ่ออยากจะกำจัดจันออกจากบ้าน แทบจะฆ่าก็ว่าได้ เพราะไม่อยากเห็นหน้าลูกที่ตัวเองรังเกียจ ทำให้พ่อเล่นวิธีสกปรกด้วยการไล่มีเซ็กส์กับคนในบ้านตั้งแต่คนใช้ที่เป็นผู้หญิง (ผมว่ากระเทพแหละนะ -*-) บีบบังคับให้ทาสชายออกไป จนกระทั่งจะไปปะลั่มปั่มปั๊มกับคุณวาด แต่เผอิ๊ญคุณวาดรู้ตัว เลยให้คุณหลวงสัญญากับคุณวาดว่า ถ้าอยากจะปะลั่มปั่มปั๊มด้วย ต้องอย่าทำร้ายจันจนตาย คุณหลวงก็สัญญาไป เลยทำให้ แก้ว (โช นิชิโนะ) เป็นลูกสาวของคุณวาดและคุณหลวงไป โดยคุณหลวงก็กล่อมประสาทให้แก้วเกลียดชังจันอยู่เรื่อยมา และด้วยความที่เป็นเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น ทำให้ใครต่อใครก็เกิดความกลัดมันในตัวเองทั้งนั้น เคน เลยแนะนำเรื่องเซ็กส์ให้จันได้รู้จัก จนสุดท้ายคุณจันก็เลยได้ขึ้นครูสมใจกับคนใช้ในบ้านนั่นแหละ อีกทั้งทำให้จันสนใจเรื่องเซ็กส์ซะงั้น เลยทำสมุดสเก็ตภาพออกมา ต่อมาแฟนเก่าของคุณหลวง คุณบุญเรื่อง (รฐา โพธิ์งาม) กลับมาจากสิงคโปร์และจะกลับมาคบกับคุณหลวงอีก เลยทำให้คุณวาดและจันตกที่นั่นลำบากในที่สุด แต่..คุณบุญเรื่องไปพบสมุดสเก็ตภาพของจันเข้า เลยขอเก็บไว้ จันอยากได้คืนเลยขึ้นไปหา ทำให้เกือบจะได้เสียกันเลยทีเดียว เรื่องคร่าวๆ ก็ประมาณนี้ละกัน มันยาวจริงๆ -*-

สาระสำคัญของหนังเรื่องนี้ ถ้าดูผ่านๆ คงคิดว่ามันไม่มีอะไรแน่นอน แต่ผมพยาย๊ามนั่งคิดหลายตลบ เออมันก็สื่อเหมือนกันเนอะ เรื่องหลักๆ เลยก็คือ ความรักของคนในครอบครัวมันเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก หากเด็กคนนึงเกิดมาแล้วโดนพ่อรังเกียจซะขนาดนั้น เป็นสังคมสมัยนี้เด็กก็ตบะแตกเสพย์ยา คบเพื่อนเกเรไปแล้ว แต่จันถือว่าโชคดีที่ยังมีแม่เลี้ยงแล้วก็บ่าวไพร่ที่ช่วยดูแลประคับประคองมา อีกเรื่องที่แสดงให้เห็นชัดๆ ก็คือ เซ็กส์ไม่ใช่ทางออกของทุกเรื่อง ทางออกของเซ็กส์จริงๆ อยู่ที่การเพิ่มประชากรและการแต่งงานกัน แต่คนที่ดะอยากได้คนโน่นไปเรื่อยคนนี้ไปเรื่อย เกิดแจ๊กพ็อตแตกเจอคนเป็นเอดส์ก็ฮากันไปตามระเบียบเหมือนเคนที่มีไปเรื่อยจนกลายเป็นโรคไป (ในเรื่องไม่ได้บอกว่าเป็นอะไร แต่ไมไ่ด้เป็นเอดส์แน่นอน) รวมไปถึงเซ็กส์ก็ไม่ใช่ทางออกของความสุขอีกเช่นกัน คนเราจะมีความสุขก็ไปวาดรูป เล่นเกม ดูหนัง บลาๆๆ ได้อีกหลายกิจกรรม ให้คิดว่าเซ็กส์มันคือทางเลือกคนที่พร้อมจะดีกว่า แง่ของผมคิดว่า เรื่องขึ้นครูมันก็ไม่ผิดหรอกนะ แต่มันทำให้สะท้อนสังคมว่า ผู้หญิงที่ยอมให้ผู้ชายขึ้นครูทั้งๆที่ไม่ใช่แฟนหรือสามี มันก็น่าเกลียดเกินควร อืม… คิดได้หลายแง่อยู่

ขอบคุณภาพจาก : movie.sanook.com

นักแสดงของเรื่องนี้ติเป็นรายคนละกัน สำหรับญาญ่าหญิงและตั๊ก บงกช ถือว่าผ่านฉลุย งานเค้าเีนียบอยู่แล้ว โชว์เป็นโชว์ เรทเป็นเรท ดราม่าเป็นดราม่า คุ้มค่าบัตรกันเลยทีเดียว (ฮา) ต่อมา มาริโอ้ จริงๆ ก็หวังว่าหนังแนว Period  ให้มาริโอแสดง มันก็แปลกที่หน้าตาอยู่ละ พอมาดูจริงๆ ไม่อินเลย จะขำก็ไม่สุด บทขึ้นครูยังไม่สุดเลย (ฮา) มีแต่ฉากที่นึกภาพพ่อตีแล้วร้องไห้นั่นก็ถือว่าผ่านอยู่ฉากเดียว เลยทำให้หนังมันขัดๆ อยู่มิใช่น้อย แต่คนที่ผมสงสัยว่าสุดคือ แก้ว ที่รับบทโดย โช นิชิโนะ ทำไมต้องเป็นคนญี่ปุ่น แถมเป็นดารา AV อีกตะหาก ต้องการอะไรกันแน่ ในฉากนี่ขอบอกว่า สุดๆ จริงๆ บรรยายไม่ได้เลยแหละ (ฮา) ซึ่งคนที่มาพากษ์ภาษาไทยให้ นัท มีเรีย คิดว่าโชคงพูดไทยแล้วแหละแต่ไม่ชัด เลยต้องพากษ์ทับไปอีกที เลยทำให้หนังไม่ได้อรรถรสของตัวละครเท่าไหร่ อ่อ มีอยู่ฉากนึงที่คุณบุญเรื่องคุยกับจันอยู่ซักพักตัดเข้าหากคุณวาดเอาผลไม้ไปให้คุณบุญเรื่อง อันนี้ขอบอกว่าอารมณ์นี่ปรับไม่ทัน ยังกับดู The Voice แล้วตัดเข้าโฆษณา อารมณ์นั้นๆ จริงๆ -*-


โดยสรุป ถือว่าถ้าไปดูแบบไม่คิดอะไร คุ้มค่าที่ไปดูตัวนักแสดง แต่ถ้าถามหาสาระแบบเข้มข้มมีแทบจะเสี้ยวเล็บ คือต้องพยายามดูให้ออกจริงๆ ว่าเค้าจะสื่ออะไร แต่จริงๆ แล้วตัวละครแต่ละตัวเค้าจะสะท้อนออกมาอยู่แล้ว ส่วนภาคต่อไปกับ จันดารา : ปัจฉิมบท (หรือที่พี่ที่ไปดูหนังตั้งชื่อให้ว่า The Revenge of Jan) อาจจะขอคิดดูก่อนว่าควรจะไปดูดีไหม เพราะโดนพี่เค้าสปอยด์แล้ว (ฮ่าๆๆ) ฉะนั้น ดูให้ได้สาระ อย่าไปดูเพื่อเพิ่มแคลเซียมด้วยสายตาให้ตัวเองนะครับ :3

ฝากไว้…ให้คิด

ใครยังไม่เคยเห็นนม ตั๊ก ดูกันซะให้เต็มตา


อิอิเผ่น 😛

No Comments
Other

100 ปีแห่งอนาคตกับของวิเศษโดเรมอนในปัจจุบัน


เป็นที่รู้กันว่าในวันที่ 3 กันยายนของทุกปี จะเป็นวันเกิดเจ้าหุ่นยนตร์แมวสีฟ้าที่มีของวิเศษมากมายอยู่ในกระเป๋าหน้าท้อง นั่นคือ โดเรมอน นั่นเอง ซึ่งปีนี้ถือว่าเหลือเวลาอีก 100 ปีก็จะเป็นวันเกิดที่แท้จริงของเจ้าแมวหุ่นยนตร์ตัวนี้ (วันเกิดที่แท้จริงคือ 3 กันยายน 2112 [พ.ศ.2655] ) โดยโดเรมอนถือว่าเป็นการ์ตูนสัญชาติญี่ปุ่นที่ครองใจคนทั้งโลกไปได้อย่างสบาย ซึ่งแม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนไปขนาดไหน เจ้าแมวสีฟ้าและกลุ่มผองเพื่อนก็ไม่เคยไม่อยู่ในความทรงจำในวัยเด็กของใครหลายคน
ซึ่งสิ่งที่เด็กๆ ทุกคนเมื่อได้ดูดาร์ตูนเรื่องนี้แล้วจะสนใจเป็นพิเศษก็คือ ของวิเศษต่างๆ ที่อยู่ในกระเป๋าหน้าท้องของโดเรมอนที่เรียกว่า กระเป๋าสี่มิติ ที่ภายในจะเป็นอีกมิตินึงที่โดเรมอนใช้เก็บของวิเศษนั่นเอง วันนี้ก็เลยมาลองเปรียบเทียบว่าของวิเศษชิ้นไหนของโดเรมอน ที่มันสามารถเกิดขึ้นแล้วในปัจจุบันบ้าง (บางอย่างอาจจะคลาดเคลื่อนไป แต่ถ้าการใช้งานเหมือนกันก็ถือว่าเหมือนละกันนะครับ)

1. คอปเตอร์ไม้ไผ่


ของวิเศษชิ้นนี้เป็นของวิเศษที่ขึ้นชื่อลือชามาก เด็กๆ ทุกคนอยากได้มันเป็นเจ้าของ เพราะสามารถพาเราไปที่ไหนก็ได้เพียงติดเจ้าชิ้นนี้ไว้ที่ศรีษะ ก็สามารถบินไปที่ต่างๆ ได้ จากการสืบค้นด้วย Google แล้ว พบว่ามี Gadget ชิ้นนึงที่มีความเหมือนอย่างมาก แต่ไม่ได้ใช้ติดที่ศรีษะนะครับ นั่นคือ GEN-H4 เป็นยานพาหนะที่ชาวญี่ปุ่น Gennai Yanagisawa คิดค้นขึ้น ซึ่งมันสามารถนำมาใช้ได้จริง แต่ในระยะสั้นเท่านั้น (อ่านเพิ่มเติม)



2. ผ้าคลุมล่องหน


สำหรับผ้าคลุมผืนนี้ เป็นผ้าคลุมที่ทำให้เราสามารถซ่อนตัวได้โดยที่ไม่มีใครเห็น ซึ่งความคิดนี้อาจจะดูยากในความคิดเรา แต่นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่นเช่นเคย ก็ได้ประดิษฐ์มันขึ้นมาสำเร็จ แต่เป็นลักษณะของเสื้อคลุมล่องหน ซึ่งเมื่อเราสวมใส่ จะทำให้ภาพของวัตถุที่อยู่ด้านหลังของเราทำการแสดงภาพออกมาทางด้านหน้า ส่วนภาพด้านหน้าก็จะกระจายภาพมาที่ด้านหลังนั่นเอง (อ่านเพิ่มเติม)


3. วุ้นแปลภาษา

เจ้าวุ้นแปลภาษาอันนี้ เมื่อรับประทานเข้าไป จะทำให้เราสามารถฟังภาษาที่เราไม่เข้าใจให้เข้าใจได้ หลักการของวุ้นอันนี้ ผมคิดว่าไปตรงกับ Translate Engine นั่นเอง แต่เห็นว่า Google Translate เข้าข่ายมากที่สุด เพราะมันสามารถแปลแล้วก็พูดออกมาได้อีกตะหาก เสียอย่างเดียว กินไม่ไ่ด้เหมือนวุ้นนะครับ (ฮา)


4. กล้องและแผนที่โพลาแมพ เป็นแผนที่มาพร้อมกล่องที่มีขาตั้งและใต้กล่องจะมีสิ่งของคล้ายปากกาอันใหญ่ๆ สมมุติเราส่องแผนที่โตเกียวทาวเวอร์มันก็ปรากฏรูปโตเกียวทาวเวอร์ขึ้นมา อันนี้เห็นชัดเลยว่าเหมือนกับ Google Maps นี่เอง ที่เราสามารถไปเที่ยวดูอะไรก็ได้บนโลกนี้ แถมมีวัตถุ 3D ออกมาให้เห็นด้วย

5. เข็มเร่งฮอร์โมน  ของวิเศษชิ้นนี้ เมื่อเราฉีดไปที่ต้นไม้ ต้นไม้ก็จะเร่งผลออกมาโดยทันที และมีรถชาติอร่อย ซึ่งคิดว่าของในปัจจุบันที่ตรงก็คือพวกฮอร์โมนที่ให้ต้นไม้ทั่วไป เพียงแต่ก็ต้องอาศัยเวลาซักวันสองวันมันก็จะออกฤทธิ์ เหมือนกับสารเร่งแดงที่ฉีดในแตงโมนั่นแหละครับ

6. ครีมใต้ทะเลลึก เมื่อเราทาครีมนี้ให้ทั่วตัว ไม่ว่าจะดำน้ำลงไปลึกแค่ไหน ตัวจะไม่ลื่นไถลไปตามแรงดันน้ำ ซึ่งของวิเศษชิ้นนี้ ก็มีชุดของนักประดาน้ำที่สามารถทนแรงกดอากาศได้แล้วเช่นกัน
7. ไวรัสแฟชั่นฮิต เพียงคุณโปรยเชื้อไวรัสนี้ออกไปเท่านั้น ถ้าอยากให้อะไรฮิต ก็สามารถทำได้ อันนี้ขอเป็นการเปรียบเปรยนะครับ ก็เหมือนว่าถ้าเราอยากให้อะไรฮิตขึ้นมา เราก็ใช้อินเตอร์เน็ทนี่แหละครับ เป็นตัวช่วยในการกระจายความฮิต เหมือนเพลง Gangnum Style ไง

8. รถบักกี้ ในเรื่องเป็นรถที่สามารถวิ่งในน้ำได้ ในปัจจุบันก็มีคนทำมันขึ้นมาแล้วเช่นเดียวกัน


แอบแซว : ลวดขุดตรงนี้ซิ เส้นลวดที่สามารถใช้ในการหาของที่หายได้ลึกถึงใต้ดิน พาลทำให้นึกถึงเจ้าเครื่องมือตรวจระเบิดในตำนานอย่าง GT-200 เลยทีเดียว (ฮา)



เหล่าที่นี่ยกตัวอย่างมา ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่มีจริงอยู่บนโลกแล้ว หลังจากนี้ไม่รู้ว่ามนุษย์โลกอย่างเราจะประดิษฐ์อะไรขึ้นมาให้เราได้ตกใจกันอีก (ถ้าเกิดประดิษฐ์โดเรมอนขึ้นมาจริงๆ นี่สุดยอดมาก) ถึงแม้บางอย่างไม่ได้แสดงออกมาเป็นวัตถุจริงๆ แต่ของวิเศษพวกนั้น เราสามารถสร้างมันขึ้นมาเองได้จากการกระทำของเรานั่นเอง ยังไงก็อย่างลืมว่าของวิเศษทุกอย่างก็ไม่ได้มีประโยชน์เสมอไปนะครับ :3

No Comments
Experience

YWC#10 : ค่าย 10 ปี มี(ปีละ) 1 หน



การกลับมาอีกครั้งของค่ายของคนที่รักในการทำและสร้างสรรค์เว็บไซต์ ที่เรียกกันติดปากว่า ‘เว็บมาสเตอร์’ Young Webmaster Camp ครั้งที่ 10 (YWC#10) ซึ่งครั้งนี้ เรียกว่า XGen เลยก็ว่าได้ สำหรับคนที่สนใจ สงสัยหรืองงว่าค่ายนี้เกี่ยวกับอะไร วันนี้ผมจะมาสาธยายให้ฟัง :3

สำหรับค่าย YWC เป็นค่ายที่นักทำเว็บไซต์ทุกๆ คนให้ความสนใจ เพราะว่าเป็นค่ายที่คุณสามารถรู้จัก เรียนรู้ แลกเปลี่ยนและรับประสบการณ์ของการทำเว็บไซต์ชนิดที่ว่าหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วจริงๆ และนี่คือสิ่งที่คุณจะได้รับจากการเข้าค่าย YWC ครั้งที่ 10 ในครั้งนี้ !!


1.รู้จักกับเว็บมาสเตอร์ชื่อดังระดับประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของเว็บเด็กดี ผู้ดูแลเว็บสนุกดอทคอม ผู้ก่อตั้งเว็บบอร์ดพันทิป หรือผู้ที่คลั่งหวอดในวงการเว็บมาสเตอร์ทั้งหลาย คุณจะได้พบเค้าตัวเป็นๆ แน่นอน


2. เรียนรู้ที่จะได้เป็นเว็บมาสเตอร์อย่างมืออาชีพ ไม่ต้องกังวลว่าถ้าได้เข้าค่ายนี้แล้วจะไม่ได้ความรู้กลับไป รับรองว่าหากระเป๋าที่ไหนมาใส่ความรู้แบบนี้ไม่มีแน่นอน คุณจะได้เรียนรู้กระบวนการของการทำเว็บในด้านที่คุณสนใจอย่างลึกซึ้ง ด้วยวิทยากรที่มากด้วยประสบการณ์จากวงการเว็บมาสเตอร์ที่มีเท่าไหร่ก็ใส่เต็มที่แน่นอน



3. แลกเปลี่ยนสิ่งที่คุณมีให้คนอื่นได้รับรู้เช่นกัน มาค่ายนี้นอกจากความรู้ที่คุณจะได้รับจากวิทยากสุดเจ๋งแล้ว คุณยังจะได้รับความรู้ใหม่ๆ จากเพื่อนที่เข้าค่ายด้วยกัน หรือจากรุ่นพี่ YWC ที่ผ่านการฝึกฝนจากค่ายนี้มาเป็นอย่างดี ฉะนั้นก็ไม่ต้องกลัวว่าเข้าค่ายนี้จะไม่มีเพื่อน คุณจะมีเพื่อนก็ความรู้ที่คุณติดตามมานั่นเอง อีกทั้งยังได้รู้จักกับรุ่นพี่ในค่าย สร้าง Connection ที่ดีต่อกันได้อีกด้วย


4. รับประสบการณ์การเป็นเว็บมาสเตอร์แบบเต็มๆ มาค่ายนี้ก็ใช่ว่าจะสอนให้คุณทำเว็บเป็นอย่างเีดียวซะเมื่อไหร่ คุณจะต้องใช้เวลาของคุณกับเพื่อนๆ ในกลุ่ม ช่วยกันรวมหัวกันคิดและสร้างสรรค์เว็บไซต์ขึ้นมาตามโจทย์ ซึ่งในปีนี้ โจทย์คือ ” เว็บไซต์ที่เข้าถึงได้ ทุกเครื่อง ทุกที่ ทุกเวลา” จากนั้น ต้องทำการนำเสนอเว็บไซต์ของคุณให้ท่านวิทยากรของเราได้ทำการแนะนำ ซึ่งตรงนี้ถือว่าเป็นการได้รับความรู้และประสบการณ์ที่ดีที่สุด เพราะเปรียบเสมือนคุณนำเว็บที่คุณและเพื่อนร่วมกันก่อตั้งไปเสนอขายให้กับลูกค้า ไม่ต้องกลัวว่าเว็บจะไม่ดี ขอแค่ให้คุณกล้าที่จะคิดก็พอ



นี่เป็นแค่ส่วนนึงที่คุณจะได้รับจากค่ายนี้นะครับ ถ้าอยากรู้ว่าจะได้อะไรมากกว่านี้ แนะนำให้คุณสมัครเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งกับเราง่ายๆ เพียงแค่ เป็นนักศึกษาไทยระดับปริญญาตรี หรือเทียบเท่าที่ยังไม่จบการศึกษาในเดือน ตุลาคม 2555 อายุไม่เกิน 25 ปี ศึกษาอยู่ในสาขาวิชาใดๆ ก็ได้ ที่มีความสนใจเข้าสู่วงการเว็บไซต์ (ปริญญาใบแรกเท่านั้น) เมื่อผ่านตามเกณฑ์นี้แล้ว ต่อมา ให้เลือกสายที่คุณถนัดมากที่สุด (ลืมบอกว่า การจะมาเข้าค่ายนี้ คุณต้องทำการบ้าน ฝึกฝนและเข้าใจในสิ่งที่คุณจะเรียนรู้มาด้วยนะครับ หากไม่มีความรู้ในการทำเว็บมาก่อนแล้วมาเข้าเลย จะลำบากแน่นอน) ซึ่งค่ายนี้มีด้วยกัน 4 สายคือ
  1. Web Marketing เปิดมุมมองใหม่ๆ กับการตลาดออนไลน์ ทำอย่างไรให้เว็บไซต์โด่งดังและสร้างรายได้มหาศาล
  2. Web Design ไม่ใช่เพียงผู้ออกแบบความงามเท่านั้น แต่ต้องเข้าใจพฤติกรรมผู้ใช้และมุมมองทางธุรกิจไปได้ในตัวด้วย
  3. Web Content หนึ่งศาสตร์ที่ล้ำลึก กำหนดทิศทางความสำเร็จของเว็บไซต์ดึงดูดผู้เข้าชมด้วยเนื้อหาบุคลิกและวิธีการสื่อสารภายในเว็บ
  4. Web Programming เรียนรู้มุมมองการเป็นโปรแกรมเมอร์ระดับมืออาชีพเข้มข้น หลายๆ เรื่องที่มือสมัครเล่นนั้นไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน

เมื่อเลือกสายที่คุณสนใจได้แล้ว ก็ทำการสมัครออนไลน์ที่ www.ywc.in.th กรอกข้อมูลให้เรียบร้อย จากนั้นก็รอฟังผลการคัดเลือกเข้ารอบสัมภาษณ์ ซึ่งคุณสามารถสัมภาษณ์ได้สองทางคือ สัมภาษณ์ด้วยตนเองและผ่านทาง Google Hangout การสัมภาษณ์ จะสัมภาษณ์กับวิทยากรและกูรูที่มีความเชี่ยวชาญในด้านนั้นๆ ฉะนั้น มีเท่าไหร่ก็ใส่ไม่ยั้งเลยนะครับ (ฮา) สะดวกช่องทางไหนก็จัดตามนั้นนะครับ และเมื่อติดเป็นตัวจริงค่ายแล้ว เราจะมาเจอกันในวันเสาร์ที่ 20 ถึงวันอังคารที่ 23 ตุลาคม 2555 ระยะเวลาค่าย 4 วัน 3 คืน ที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร นั่นเอง รับรองว่าเมื่อคุณมาเข้าค่ายแล้วคุณจะมีแต่ความสะดวกสบายที่ทางมหาวิทยาลัยจัดเตรียมและต้อนรับให้คุณอย่างแน่นอน การเดินทางคุณก็สามารถเดินทางมายังมหาวิทยาลัยเลยก็ได้หรือถ้าอยากเจอกับเพื่อนๆ และรุ่นพี่ในค่ายก็สามารถมากับรถบัสที่กรุงเทพก็ได้เช่นกัน ส่วนค่าใช้จ่าย มีเงินติดตัวมาแค่ 100 บาทก็มาได้เพราะค่ายนี้ ฟรี!! ตลอดทั้งงานเลยครับ


สำหรับการปิดรับสมัคร จะปิดรับสมัครในวันที่ 28 กันยายน 2555 นะครับ ตอนนี้ก็เหลือเวลาไม่มากแล้ว รีบไปเป็นส่วนหนึ่งของค่ายนี้ได้เลย แล้วมาเจอกันนะครับ 😀



เว็บไซต์ : www.ywc.in.th
Twitter : twitter.com/ywcth  หรือใช้ Hashtag #ywcth
Google+ : ywc.in.th/+

Thanks for Source Image and Data : .ywc.in.th/ and ywc.in.th/+

ปล : ผมก็เด็ก YWC รุ่น 8 นะครับ อยากมาเจอกันก็มาเจอกันได้ แต่หาตัวยากหน่อยนะ 😛


No Comments
Entertainment

[ลองมาแล้ว] DJMax Technika @ Central Phitsanulok


วันนี้ไปเล่น Pump It Up เหมือนเคยครับ กะว่าจะไปเล่นให้มันหายเครียดจากงาน ปรากฎว่าเพื่อนในแก๊งค์ที่เล่นด้วยกันบอกว่า เซนทรัล เอาตู้ DJMax Technika มาแล้วพี่น้องงงงงงงงงง นี่น้ำตาจะไหล ฮ่าๆ เลยเอามารีวิวให้ดูว่าตู้ที่นี่เป็นไงบ้างนะจ๊ะๆ :3


สำหรับวิธีการเล่น ขอไม่พูดถึงละกันนะครับ เพราะตอนไปเล่น ตู้จะสอนให้เราเล่นก่อนรอบนึงอยู่แล้ว อ้อ  ตู้นี้คล้ายๆ Jubeat ที่ต้องเสียบบัตรด้วยถ้าจะเก็บเลเวลหรือจะปลดล็อกเพลงนะครับ ค่าการ์ดก็ 250 บาท รายละเอียดพวกนั้นไม่ขอพูดถึง

ที่เซนทรัล พลาซ่า พิษณุโลก ส่วนของ Fun Planet เค้าก็เอาเจ้าตู้ DJMax Technika เนี่ย มาลงแค่ 1 ตู้ (คิดดูว่าขนาดกรุงเทพมีหลายตู้ยังต่อแถวยาวเป็นหางว่าว ถ้าเกิดคนพิดโลกคึกอยากจะเล่นขึ้นมานี่…orz) ค่าใช้จ่ายก็ 20 บาท (2 เหรียญเกม) เล่นได้ตามโหมดที่เราเลือกเล่นเลย (ถ้ามือใหม่แนะนำให้เล่น STAR ก็พอนะครับ 3 เพลงแต่ง่ายๆ) มาดูสภาพเครื่องที่เค้าเอามาลงกันดีกว่าว่าเป็นยังไง


สภาพตัวเครื่องทั้งตู้

ป้ายด้านบน

หน้าจอ Touchscreen

ด้านข้างซ้ายเป็นคำอธิบายการเล่นคร่าวๆ

ส่วนด้านขวาก็เป็นการบอกว่ามีโหมดอะไรให้เล่นบ้าง

ส่วนตรงหน้าเครื่องก็มีสติ๊กเกอร์ให้เข้า DJMax Club ด้วย

รูเสียบบัตร เอาไว้เล่นแบบ Online

สภาพตัวเครื่อง

มีรูให้เสียบหูฟัง 3.5mm ด้วยนะ อยู่้ด้านล่างซ้าย ต้องก้มนิดนึง แล้วก็มีตัวปรับเสียง

หน้าจอตัวอย่างของ Touchscreen

สภาพเครื่องจ้า

  

 จากการลองเล่นแล้ว (เกือบ 5 ตากว่าๆ) เครื่องไม่กระตุกเท่าไหร่ สัมผัสเยี่ยม อาจจะมีพลาดบ้างนิดหน่อย เพราะมือเราเองด้วย แต่ผมคิดว่าตู้ที่เค้าเอามาลงคงเป็นตู้มือสองนะ เพราะ…

รอยขีดข่วนตามขอบจอ Touchscreen

พื้นที่ยืนเล่นก็มีรอยเยอะมาก!

ฉะนั้น ไม่ต้องสนใจว่าเครื่องมือไหน ตอนนี้มีให้เล่นแล้วก็ยินดีปรีดามาก (ฮา) เอาเป็นว่าใครที่แวะไปเซนทรัลพิษณุโลกก็แวะไปเล่นได้นะครับ หรือไปเล่น Pump It Up ด้วยกันก็ได้นะครับ ยินดีต้อนรับเสมอนะ 😀

No Comments