Yearly Archives

2012

Entertainment

[K-POP] The Color of K-Pop : สีสันต่างศิลปินที่ลงตัว


นานๆ ทีจะได้เห็นศิลปินเกาหลีเค้ารวมตัวกันเพื่อทำเพลงด้วยกัน โดยไม่คำนึงถึงค่ายเพลง (ซึ่งหาดูในไทยคิดว่ายากยิ่งกว่าแอ๊ด คาราบาวร้องเพลงสแตมป์) ซึ่งโปรเจคพิเศษที่เค้าจัดทำขึ้นมีชื่อว่า The Color of KPOP นั่นเอง :3


สำหรับโปรเจค The Color of K-POP นี้ เป็นแนวคิดของ SBS สถานีโทรทัศน์ชื่อดัง ที่จะนำศิลปิน 20 คนจากหลายๆ วง มารวมกัน แล้วแบ่งออกเป็น 4 ทีม โดยให้ผู้ชมทำการโหวตว่าจะให้สมาชิกคนไหนอยู่ทีมไหน แบ่งเป็นชาย หญิง แล้วทำเพลงขึ้นมา 1 เพลงเพื่อนำเงินจากการดาวน์โหลดเพลงไปทำการกุศลกับครอบครัวผู้ยากไร้ ‘Dream Orchestra’ ซึ่งโครงการนี้ได้ทำการ PR ออกรายการ SBS Inkigayo เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ผลโหวตของสมาชิกแต่ละทีมก็เสร็จสิ้นเรียบร้อย ผลปรากฎแต่ละทีมเป็นดังต่อไปนี้ครับ

—————————————————

ทีม Dynamic Black – เพลง Yesterday (โปรดิวเซอร์ : Shinsadong Tiger)

ประกอบไปด้วย Lee Joon (MBLAQ), Kikwang (B2ST), Hoya (INFINITE), Jinwoon (2AM), และ L.Joe (TEEN TOP) 
—————————————————

ทีม Dramatic Blue – เพลง Tearfully Beautiful (โปรดิวเซอร์ : Sweetune)


ประกอบไปด้วย Yoseob (B2ST), Jo Kwon (2AM), Woohyun (INFINITE), G.O. (MBLAQ) และ Niel (TEEN TOP)

—————————————————

ทีม Mystic White – เพลง Mermaid Princess (โปรดิวเซอร์ : Kim Do Hoon)


ประกอบไปด้วย Jiyoung (KARA), Bora (SISTAR), Sunhwa (SECRET), Gayoon (4minute) และ Lizzy (After School)

—————————————————

ทีม Dazzling Red – เพลง This Person (โปรดิวเซอร์ : Brave Brothers)

ประกอบไปด้วย Nicole (KARA), Hyorin (SISTAR), Hyosung (SECRET), HyunA (4minute) และ Nana (After School)
—————————————————

ซึ่งใครอยากจะซื้อเพลงเก็บไว้เพื่อทำบุญกับศิลปินที่ชอบ คงจะลำบากนิดนึง เพราะต้องซื้อผ่านเว็บไซต์เกาหลีที่ Melon.com นะครับ สำหรับการแสดงสดนั้น จะขึ้นแสดงเวทีแรกและเวทีเดียวในงาน 2012 SBS Music Festival ในวันที่ 29 ธันวาคม ซึ่งเป็นคอนเสิร์ตปลายปีที่เกาหลีจัดขึ้นทุกๆ ปี (ใครอยากดูก็คงต้องพึ่งพาเว็บดูออนไลน์ไปก่อนนะครับ) ทางผู้จัดหวังว่าเวทีพิเศษจากทั้ง 4 ทีมจะเป็นการขอบคุณแฟนคลับจากทั่วโลกที่รักในเพลง K-POP อีกด้วย ซึ่งนานๆ ทีเราจะเห็นศิลปินต่างค่าย ต่างวงมาทำเพลงด้วยกันแบบนี้ ก็ดูเท่ไปอีกแบบนะครับ 😀

No Comments
Entertainment

[K-POP] 50 เพลงเกาหลีแห่งปี 2012


ตลอดทั้งปีที่ผ่านมาวงการเพลงเกาหลีดูครึ้กครื้นมาก โดยเฉพาะเพลงแห่งปีอย่าง Gangnam Style ที่โด่งดังจนทะลุร้อยล้านวิวบน Youtube เรียบร้อย เลยอยากนำเสนอ 50 เพลงเกาหลีแห่งปี 2012 ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันว่ามีเพลงไหน ที่น่าฟังบ้างหรือเปล่า :3

50 เพลงเกาหลีแห่งปี 2012

1. Psy – Gangnam Style
2. Sistar – Loving U 
3. T-ara – Lovey Dovey
4. Sistar – Alone 

5. TTS – Twinkle
6. Busker Busker – Cherry Blossom Ending
7. Big Bang – Fantastic Baby
8. Trouble Maker – Trouble Maker
9. IU – You and I 

10. Ailee – Heaven 



เพลงแรกที่อยากแนะนำให้ฟังกันคือเพลง Loving U ของสาวๆ SISTAR ครับ จังหวะของเพลงน่ารักชวนเต้น แถม MV ยังดูสดใส เปิดช่วงหน้าร้อนเหมาะดีนักแล


11. Wonder Girls – Like This 
12. T-ara – Day by Day
13. f(x) – Electric Shock
14. Busker Busker – If You Love Me
15. Big Bang – Blue
16. 2NE1 – I Love You
17. Beast – Beautiful Night
18. IU – Every End of the Day
19. Infinite – The Chaser
20. 4minute – Volume Up 



เพลงต่อมาคือเพลง Like This ของห้าสาว Wonder Girls ครับ ต้องบอกว่าเพลงนี้เปิดในปาร์ตี้ก็สนุกดีนะ จังหวะโจ๊ะ ท่าเต้นแจ่ม


21. 2AM – I Wonder If You’re Like Me
22. SHINee – Sherlock 

23. Kara – Pandora 

24. BoA – Only One 

25. tie: Juniel-illa illa and Teen TOp – Crazy
27. Huh Gak – The Person Who Loved Me
28. Ailee – I’ll Show You 

29. F.T Island – Severely
30. Baek Jiyoung – Good Boy



ยังอยู่ฝั่งของสาวๆ ครับกับเพลง I’ll Show You ของสาวทรงพลัง Ailee ที่รอบนี้กลับมากับเพลงเร็วที่ยังไม่ลืมการโชว์เสียงสุดเทพเหมือนเดิม


31. Baek Jiyoung – Voice
32. K.Will – Please Don’t 

33. G.NA – 2Hot
34. John Park – Falling
35. T-ara/Davichi – We Were In Love
36. Psy – Passionate Goodbye
37. miss A – Touch
38. K.Will – I Need You 

39. Ulala Session – Beautiful Night
40. Sunny Hill – The Grasshoppers 



ฝั่งผู้ชายก็มีครับ อย่างเพลง Please Don’t ของหนุ่มเสียงดี K.Will ที่เนื้อเพลงกระแทกใจและ MV สุดเศร้าที่หักมุมจนเราเงิบไปตามๆ กัน


41. 10cm – Sorrow
42. Naul – Memory of the Wind
43. MBLAQ – This Is War
44. Huh Gak/Zia – I Need You
45. G-Dragon – Missing You
46. December – She’s Gone
47. Lee Hi – 1,2,3,4 

48. Orange Caramel – Lipstick
49. Brave Guys – I 돈 Care
50. Davichi – I’ll Think of You 



สุดท้าย สาวที่แจ้งเกิดจากเวทีรายการสุดดังในเกาหลี Lee Hi กับเพลง 1,2,3,4 ต้องบอกว่าเพลง YG จัดให้แจ่มมากจริงๆ

เป็นไงกันบ้างครับ 50 เพลงที่เลือกไว้ให้คุณได้ลองฟัง เพลงไหนเข้า List ของคุณบ้างหรือเปล่า แลกเปลี่ยนเพลงที่ชอบกันได้ที่คอมเมนท์นะครับ อยากรู้เหมือนกันว่า เพลงเกาหลีเพลงไหนในปี 2012 ที่ตรงใจคุณ :3


Source By : KBS2 Music Bank K Chart

No Comments
Entertainment

[ไปดูมาแล้ว] Rise of the Guardians

นิทานปรัมปราหรือนิยายก็มีอยู่ทั่วโลก บางเรื่องก็โด่งดัง บางเรื่องก็รู้จักแค่คนในพื้นที่ แต่มี Animation เรื่องนึงที่อาศัยความเชื่อของเด็กๆ มาเป็นตัวการ์ตูนที่ทำให้เราคิดว่ามีอยู่จริง นั่นคือ Rise of the Guardians ห้าเทพผู้พิทักษ์ :3

Rise of the Guardians – ความเชื่อใจเท่านั้นที่ครองโลก



เนื้อเรื่องย่อคร่าวๆ เป็นเรื่องของเทพผู้พิทักษ์เช่นลุงซานต้า เทพธิดาฟันน้ำนม กระต่ายอีสเตอร์และมนุษย์ทรายผู้สร้างฝัน ซึ่งเด็กๆ คิดว่าเค้ามีตัวตน ทำให้พวกเค้ามีตัวตนอยู่บนโลก วันหนึ่ง มนุษย์ที่มีแต่ความกลัวกลับมาล้างแค้นเหล่าเทพทั้ง 4 เพราะเด็กๆ เริ่มไม่เห็นว่าเค้ามีตัวตน เลยทำให้เด็กๆ ทั่วโลกเกิดความกลัวจนเค้ากลายเป็นคนที่มีตัวตนขึ้นมา แจ๊ค ฟรอส เด็กหนุ่มที่ไม่รู้ว่าตัวตนของตัวเองเป็นใคร รู้ตัวอีกทีก็เป็นมนุษย์ผู้สร้างหิมะและความหนาวเย็นในฤดูหนาวไปแล้ว ซึ่งบุรุรษแห่งดวงจันทร์ได้เลือกเค้าให้เป็นเทพผู้พิทักษ์ที่จะช่วยให้เทพทั้ง 4 รอดจากภัย คร่าวๆ ประมาณนี้

ปกติผมดู Animation จะดูเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับตัวเอง แต่ไม่เชื่อจริงๆ ว่าเรื่องนี้ทำให้ผมคิดว่าเ้หล่าเทพผู้พิทักษ์นั้นจะมีอยู่จริงๆ ด้วยการสร้างตัวละครให้ดูน่าเชื่อถือและพฤติกรรมของตัวละคร ทำให้มันออกมาสมบูรณ์แบบ แถมตัวละครประกอบมากมายที่ทำให้เรารู้สึกว่า คนพวกนี้มีอยู่จริงๆ

Animation เรื่องนี้ต้องการสื่อหลายอย่างเหมือนกัน เช่น ไม่จำเป็นต้องให้ทุกคนเชื่อมั่นในตัวเรา แค่คนหนึ่งคนเชื่อมั่นในตัวเรา ก็ทำให้เรามีคุณค่าในสายตาคนอื่นได้ หรือจะเป็นเรื่องของความสามัคคี ถึงแม้ว่าเหล่าเทพธิดาน้อยจะโดนลักพาตัวจนไปเอาฟันของเด็กๆ มาไม่ได้ เหล่าเทพก็ยอมลงมือเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

เป็น Animation ที่ครบรสทั้งเรื่องภาพ องค์ประกอบและความสนุกจริงๆ เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี วัยรุ่นดูแล้วสนุกเลยละครับ ว่างๆ มีเวลาก็อย่าลืมชวนครอบครัวไปดูกันได้นะครับ 😀

No Comments
Entertainment Social Network

ใกล้ชิดศิลปิน K-POP แค่เอื้อมผ่าน Google+


แนวเพลงปัจจุบันนอกจากเพลงสากล เพลงไทยสตริง ไทยลูกทุ่ง(ที่หลังๆ ก็ลูกทุ่งกลายพันธุ์) ยังมีเพลงอีกแนวนึงที่เป็นที่น่าสนใจและน่าจับตามอง นั่นคือแนวเพลง K-POP หรือเพลงเกาหลีนั่นเอง ซึ่งปัจจุบันได้รับความนิยมเป็นจำนวนมาก แต่ใครจะรู้ว่า คุณเองก็ใกล้ชิดกับศิลปินเกาหลีได้แบบใกล้ชิดเช่นเดียวกัน ผ่าน Google+ K-POP :3


พักหลังๆ ค่ายเพลงของเกาหลีก็เริ่มใช้ Social Network ในการทำตลาดมากขึ้น จะเห็นได้จากหลายวงเหมือนกัน โดยเฉพาะ PSY กับเพลง Gangnam Style ที่โด่งดังเป็นพลุแตก เดินไปงานไหนก็มีแต่เพลงนี้เปิด ก็ใช้ช่องทางของ Youtube ในการส่งต่อสื่อของตัวเอง 



ทาง Google ได้เชิญชวนให้ศิลปินหลายๆ วง มาร่วมเล่น Google+ เพื่อหวังให้มีผู้ใช้มาเล่นกันมากขึ้น ภายแรกก็มีอยู่ 4 วงคือ Beast, SISTAR, After School และ INFINITE ที่เป็นศิลปินแนวหน้าของเกาหลีมาใช้ก่อน ผู้คนสนใจและเข้ามาเล่นเป็นจำนวนมาก 


ใน Google+ ของ After School ก็มีทั้ง Official และของส่วนตัว 

ภายหลังจึงมีวงเข้ามาเสริมทัพอีกมากมายเช่น Block B, Tasty, A-Jax และ URBAN ZAKAPA ซึ่งพอศิลปินเกาหลีเหล่านี้ทำกิจกรรมบน Google+ ก็มีกิจกรรมมากมายให้ใกล้ชิดกับแฟนๆ เช่น Hangout OnAir อย่างที่สาว SISTAR เคยจัดกิจกรรมไว้ หรือ After School ที่อัพเดทสถานะของวงตลอดเวลา โดยศิลปินแต่ละคน ก็จะมี Google+ Profile เป็นของตัวเอง เพื่อให้คุณได้อัพเดทข่าวสารของพวกเขาอีกด้วย

กิจกรรมพิเศษๆ ของวง Infinite บน Google+


ใครเป็นแฟนเพลงเกาหลีก็อย่าพลาดที่จะติดตามพวกเค้าจาก Google+ K-POP จะได้รู้ว่าเพลงใหม่มาหรือยัง หรือพวกเค้าทำอะไรอยู่ไหนบนโลก 🙂

No Comments
Social Network

สังคมของคนคิดเหมือน : Google+ Communities


นานน๊านทีละเอาเรื่องของ Google มาเขียนบล็อก แต่ช่วงหลังๆ ของเล่นใน Google+ เริ่มเยอะ แถมน่าเล่นมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างตัวล่าสุดกับ Communities ที่มีคนบอกว่า มันต่างอะไรกับ ตัวเอฟสีฟ้า กรุ๊ป ต่างครัับ วันนี้เลยจะมาแนะนำสังคมของคนคิดเหมือนกับเจ้า Google+ Communities ครับผม :3


สำหรับ Google+ Communities นั้น เป็น Feature ที่ช่วยให้เราสามารถหาคนที่ชอบเหมือนกับเรา ได้มาอยู่ด้วยกัน โดยไม่จำเป็นต้องเป็นเพื่อนกันมาก่อน ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณชอบดาราศาสตร์ ก็จะมีกลุ่มของคนชอบดาราศาสตร์ หรือชอบการออกแบบ ก็จะมีกลุ่มของคนที่ชอบออกแบบเหมือนกัน ซึ่งวิธีการเข้ากลุ่มก็ามีหลายทางครับ เช่น มีเพื่อนเชิญเข้ากลุ่ม หรือเราค้นหากลุ่มพวกนี้เองแล้วขอ Join เข้าไป โดย Communities แต่ละอัน ก็มีการตั้งค่าความปลอดภัยต่างกันอีก เช่น กลุ่มลับ กลุ่มเปิด หรือ กลุ่มเปิดแต่ต้องรอให้คนใน Communities ยอมรับซะก่อน (อ่านเพิ่มเติมที่นี่จ้า)

ภาพจาก : http://www.google.com/+/learnmore/communities/

ความพิเศษของ Communities นั้น สามารถตั้งห้องย่อยๆ ภายในกลุ่มได้ เช่น เราสร้าง Communities เกี่ยวกับการเขียนโปรแกรม ก็สร้างห้องย่อยประเภทจาวา C หรือ HTML ให้สมาชิกคุยกันได้ ก็จะไม่เ่กิดการวุ่นวายแถมค้นหาข้อความที่คุยกันได้ง่ายอีกด้วย


ในกลุ่มจะประกอบไปด้วยสมาชิก 3 แบบคือ Admin (ผู้จัดตั้งกลุ่ม) Moderator (ผู้ดูแลกลุ่ม) และสมาชิกทั่วไป และถ้าเป็นกลุ่มที่ต้องมีการยอมรับ ก็จะมีสมาชิกประเภท รอการตอบรับ อีกกลุ่มนึง และมีสมาชิกที่เราเชิญไปแล้วและรอการตอบรับกลับ รวมถึงสมาชิกที่โดนแบนด้วย



สำหรับรายละเอียดของกลุ่ม ก็สามารถใส่รูปประจำกลุ่ม รายละเอียดและแผนที่ของกลุ่ม (ในกรณีเป็นองค์กรที่มีที่ทำงาน) ได้เช่นกัน



ในแต่ละโพสของ Communities สามารถ +1 ได้และกด Share ออกมายังหน้า Profile เราเช่นกัน (ยกเว้นกลุ่มลับที่ไม่สามารถ Share ออกมาได้)

สำหรับประโยชน์ของ Communities ผมมองว่ามันเยอะมากเลยนะ เช่น จับกลุ่มคนที่มีความชอบเหมือนกันไว้รวมกัน ก็เหมือนได้ช่องทางติดตามเรื่องที่ชอบอีกหนึ่งทาง หรือจะรวมกลุ่มเพื่อนัดพบทำกิจกรรมที่ชอบเหมือนกันก็ได้ อ้อ ในแต่ละกลุ่มก็สามารถ Hangout ได้อีกเช่นกัน ฉะนั้น นอกจากจะได้เสพย์เรื่องที่ชอบ ยังได้เพื่อนใหม่ๆ อีกมากมายด้วย

ใครสนใจที่อยากติดตามเรื่องที่ชอบหรืออยากสร้าง Communities ดีๆ ให้กับ Google+ ก็แวะเวียนเข้าไปใช้งานได้นะครับ เมนูอยู่ด้านซ้ายมือ แล้วคุณจะพบว่า สังคมของคนคิดเหมือนกับเรา ก็มีอยู่บนโลกนี้แล้ว 🙂

No Comments
Entertainment

[ไปดูมาแล้ว] รัก จับ ใจ


ชีวิตก็ไม่คิดว่าจะได้ดูหนังเรื่องนี้นะ เพราะที่พิษณุโลกผีเข้าผีออกมาก ตอนแรกคิดว่าไมไ่ด้ดูแล้ว นึกดูตารางหนังเล่นๆ ดันมีรอบเดียวโรงเดียวที่เดียวพอดี เลยได้จัดไปสวยๆ กับ รัก จับ ใจ :3


รัก จับ ใจ – ความรัก จับด้วยใจ ไม่ต้องใช้สายตา


ไม่คิดจริงๆ ว่าเจ้าพ่อละครเวทีอย่างคุณบอย ถกลเกียรติจะเอาละครเวทีสุดดังมาพอร์ทลงภาพยนตร์ให้ได้ชมกัน ซึ่งถามว่ามันเป็นภาพยนตร์จ๋าหรือเปล่า ไม่ถึงขนาดนั้นนะครับ ถ้าถามว่าเป็นการแสดงสดหรือเปล่า ก็ไม่ใช่อีก เอาง่ายๆ เหมือนมานั่งดูซิทคอมตอนเดียวจบ อารมณ์นั้นดีกว่า สำหรับเรื่อง รักจับใจ นั้น เป็นเรื่องความรักของ ซัน (บี้ สุกฤษณ์) นักร้องซุปตาร์อันดับหนึ่ง มาเจอกับ วิว (หนูนา หนึ่งธิดา) สาวตาบอดจิตใจงาม ซึ่ง ซันก็ดูแลวิวมาตลอดด้วยความรัก แต่โดนพี่สาวของวิว อย่าง วุ่น (แก้ม วิชญาณี) กีดกันอยู่ตลอดเวลา เพราะไม่เชื่อว่าดาราจะรักใครจริง ต่อมาวิวเข้ารับการรักษาตา ทำให้กลับมามองเห็นอีกครั้ง แต่เมื่อความจริงแล้วคนที่ดูแลวิวตอนตาบอดกลับเป็นชายหนุ่มผู้เป็นเพียงตัวละครตัวนึงที่ซันกำหนดขึ้นมา วิวจะทำอย่างไร แล้วซันจะหาทางให้วิวเห็นว่าเขาคือชายหนุ่มคนนั้นได้หรือไม่ ไปติดตามเองนะจ๊ะ


ต้องขออธิบายคร่าวๆ เรื่องของหนังที่โดนพอร์ทมาจากละครเวทีก่อน บ่อยครั้งเราไม่เห็นละครเวทีของไทยจะเอามาทำหนังหรือลง DVD ขาย แต่เรื่องนี้ด้วยความแรงจากการแสดงที่เต็มทุกรอบ เสียงชื่นชมทุกรอบ ทำให้คุณบอย ถกลเกียรติตัดสินใจทำเป็นภาพยนตร์ขึ้นมา โดยให้ GTH ผู้ช่ำชองการทำภาพยนตร์อยู่แล้ว ดูแลการตัดต่อและการถ่ายทำ สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นว่าคุณบอยตัดสินใจถูกคือ ตัวบทของละครเวทีเรื่องนี้ จะมีฉากที่เกี่ยวกับการออกคอนเสิร์ตด้วย ฉะนั้น มันไม่ใช่เรื่องยากที่จะตัดฉากของผู้ชมในโรงละครไปด้วย ทำให้เรารู้สึกว่า เออเฮ้ย นี่มันคือคอนเสิร์ตจริงๆ ด้วย เพราะคนดูในโรงละครก็เล่นไปกับตัวละครที่แสดงอารมณ์ออกมา ส่วนการตัดต่อนั้น ผมมองว่ามันคือซิทคอมดีๆ มากกว่าที่จะเป็นภาพยนตร์นะ เพราะการตัดมุมกล้องเอย ฉากเวทีเอยมันมีอารมณ์ของซิทคอมที่ Scenario ทำออกมาด้วย ฉะนั้น อย่าไปคิดมากครับ


บทของละครนั้นดูไม่มีอะไรเลยครับ ก็ความรักที่โดนขัดขวาง แต่สิ่งที่ยื้อให้เราชมได้ตลอดทั้ง 2 ชั่วโมงกว่าจนจบเครดิตเลยคือ บี้และหนูนา ไม่น่าเชื่อว่าสองคนนี้จะเคมีเข้ากันสุดๆ คือเรานั่งดูยังอินเลย อารมณ์แบบ เฮ้ย! หวานกันไปละ อิจฉานะ (ฮ่าๆๆ) ส่วนนักแสดงคนอื่นทั้งน้าอู๊ดเป็นต่อ น้องพินต้า พี่แหม่ม วิชุดา และทุกๆ คนก็สามารถส่งลูกเล่นลูกตบได้อย่างดี ส่งบทได้อย่างกลมกลืน แต่สิ่งที่ฟินที่สุดคือ การได้ฟังเพลงละครเวทีนี่แหละครับ ร้องจริง ดนตรีจริง เสียงที่ได้ยินทำให้ขนลุกได้ทุกเพลง ยิ่งเพลงไหนประสานเสียงกัน โหยยยยย สุโก่ยมาก

จริงๆ หนังเรื่องนี้ก็มีข้อติอยู่บ้างนะครับ แต่ไม่อยากพูดถึงเพราะมันเป็นจุดเล็กๆ น้อยๆ ฮ่าๆ เอาเป็นว่าถ้า Major แถวบ้านคุณมีหนังเรื่องนี้เข้าอยู่ ไปดูเถอะครับ รับรองว่าออกจากโรงมา คุณจะยิ้มไม่หยุด และเวลานึกถึงฉากที่บี้กับหนูนาสวีทกัน คุณจะอิจฉาคู่นี้จนต้องอยากมีใครสักคนให้ รัก จับ ใจ เลยละครับ 😀

No Comments
Social Network

[ศุกร์ละแอพ] ดูทีวีไม่มีเบื่อกับ ChatterBox


ช่วงใหม่ของบล็อกครับ ศุกร์ละแอพ เป็นการแนะนำแอพเจ๋งๆ ดีๆ เอามารีวิวให้ได้อ่านกัน จะพยายาม (เน้นว่าพยายาม) หาแอพที่เล่นแบบ Cross Platform ได้ จะได้ไม่เกิดความเลื่อมล้ำทางอิสระในการเล่นแอพ 😛 วันนี้ขอเสนอ… ChatterBox แอพที่จะทำให้คุณดูทีวีก็ไม่เบื่อ :3
สำหรับแอพ ChatterBox นี้ เป็น Social Network ตัวหนึ่งครับ คล้ายๆ Foursqaure หรือ GetGlue ที่มีการ Checkin เป็นหลัก แต่แอพนี้จะเป็นการ Checkin ในส่วนของการดูโทรทัศน์เป็นหลัก ไว้ว่าคุณจะดูรายการอะไรอยู่ ก็สามารถบอกเพื่อนๆ ได้ว่าดูรายการหรือละครเรื่องนี้อยู่


วิธีการเล่นก็ง่ายๆ ครับ เปิดแอพครั้งแรก Login ผ่าน Facebook เพื่อเข้าใช้งาน จากนั้น เมื่อเข้ามาหน้าแรก  แอพจะแสดงรายการที่กำลังฉาย ณ เวลานั้นๆ ของทุกช่อง โดยเรียงจากจำนวนผู้ชมมากที่สุด


เมื่อเลือกรายการที่ดูอยู่ได้แล้ว ก็จิ้มปุ่ม Checkin ได้เลยครับ และระบบจะให้ทำการอัพเดทสถานะการเช็คอินผ่านเฟสบุ๊คได้ อันนี้ก็แล้วแต่คนที่อยากอัพนะครับ


สำหรับ Feature อื่นๆ ที่น่าสนใจก็เช่น เราสามารถ Chat กับเพื่อนที่ดูละครหรือรายการที่เราเช็คอินไว้แล้วได้ ซึ่งไม่จำเป็นต้องแอดเป็นเพื่อนก็สามารถคุยกันได้


หรือในฝั่งของการสร้างแบบสำรวจหรือคำถามให้กับรายการหรือละครที่ดูได้ว่า เป็นยังไง แบบไหน เข้ามาคุยกันได้ตลอดเวลาในเมนู Board


นอกจากนั้น ผู้ผลิตรายการหรือละคร ยังสามารถผลิตสินค้าหรือบริการต่างๆ เพื่อนำมาขายให้กับผู้ใช้แอพได้ผ่านเมนู Shop แต่ตอนนี้ก็ยังไม่มีผู้ใช้บริการนี้เท่าที่ควร ส่วนเรื่องของการเช็คอิน ก็มีการเก็บ Point ในการเช็คอิน Badge และอนาคตจะมีการเก็บ Reward เพื่อนำไปแลกซื้อสินค้าได้อีกด้วย


เป็นไงบ้างครับ สำหรับแอพ ChatterBox จริงๆ แล้วแอพนี้เป็นการสร้างประโยชน์ให้กับผู้ผลิตรายการทุกรายมาก ถ้าหากใช้และโปรโมตดีๆ ส่วนผู้ใช้ทั่วไปก็สนุกกับการ Checkin อีกด้วย หวังว่าแอพนี้จะทำให้คุณสนุกกับการดูทีวีนะครับ :3

App ChatterBox


ส่วน Android รอทีมพัฒนาก่อนนะครับ 😀

No Comments
Entertainment

[ไปดูมาแล้ว] The Twilight Saga: Breaking Dawn – Part 2

ภาพยนตร์โรแมนติคแอคชั่นข้ามสายพันธุ์ที่สร้างรายได้มานับภาคต่อภาค แต่เนื่องจากภาคที่แล้วยังไม่จบ เลยต้องมาตามต่อใน Part 2 กับ The Twilight Saga: Breaking Dawn – Part 2 :3

The Twilight Saga: Breaking Dawn Part 2 – มนต์รักแวมไพร์กับคุณชายหมาป่า



ตัวเองไม่เค้ย ไม่เคยดูภาพยนตร์เรื่องนี้มาซักภาคเลย แต่จับใจความจากการที่เพื่อนเล่าบ้าง ดูโน่นนี่นั่นบ้าง และพึ่งสปอยด์ของพันทิปบ้าง 😛 ก็พอเข้าใจในเนื้อเรื่องอยู่เหมือนกัน ภาค 2 นี้จะเป็นการกล่าวถึงตอนต่อจากภาคที่แล้วที่คุณแวมไพร์เอ็ดเวิร์ดปะลั่มปั่มปั๊มกับเบลล่าที่เป็นมนุษย์ แล้วนางก็สลบไป… (สงสัยเพราะแรงความของแวมไพร์) ภาคนี้ก็เลยเล่าว่านางฟื้นขึ้นมาแล้วมีลูกด้วยกัน 1 คน ส่วนตัวเบลล่าเองก็กลายเป็นแวมไพร์สมบูรณ์แบบ เรื่องมันมีปมตรงที่ลูกที่เบลล่าเกิดมาเป็นครึ่งคนครึ่งแวมไพร์ ไม่ใช่เด็กอมตะที่กินแวมไพร์ด้วยกันเอง เอ็ดเวิร์ดกับเบลล่าเลยต้องไปตามหาพยานมายืนยันว่าลูกตัวเองไม่ใช่แวมไพร์ จะได้ไม่โดนหัวหน้าฆ่าล้างบาง ส่วนพ่อหมาป่าเจคอบก็ยังคงวนๆ เวียนๆ คอยช่วยเหลือครอบครัวแวมไพร์อยู่เหมือนกัน


สาระสำคัญของหนังในภาคนี้ คงจะเป็นเรื่องของครอบครัวมากกว่า เพราะสังเกตุว่า พอเอ็ดเวิร์ดไปขอให้ญาติๆ แวมไพร์มายืนยันว่าลูกไม่ได้เป็นเด็กอมตะ ญาติเหล่านี้ก็ยังคงมาช่วยเหลือกัน และอีกเรื่องคือ เรื่อง ความรักของแม่และลูก สังเกตุได้หลายฉากมากที่เบลล่าไม่ยอมให้ลูกตัวเองตกอยู่ในอันตราย แม้แต่เจคอบที่เป็นคน(?) ที่มีสายใยเชื่อมกับเด็กคนนี้อยู่ก็ตาม


จุดเด่นของภาคนี้อยู่ที่การดำเนินเนื้อเรื่อง แรกๆ อาจดูเนือย แต่พอเจอฉากต่อสู้กับ ทำเอาปากค้างเหมือนกัน แต่พอใกล้ๆ จบ เกิดเหตุการณ์เปล่งเสียง อ้าว พร้อมกันกันโรงโดยมิได้นัดหมาย ทำให้ออกมาจากโรงเลยกลายเป็นประเด็นคุยกันไปเลย

หากใครยังไม่ได้ดูภาคก่อนๆ แต่พอจับใจความได้ ก็ลองเข้าไปดูซักครั้งนะครับ รับรองว่า จะอ้าปากค้างและเต็มอิ่มไปกับความโรแมนติกของแวมไพร์สองคนนี้เลยทีเดียว 🙂

No Comments
Entertainment

[ไปดูมาแล้ว] หอแต๋วแตก แหกมว๊ากมว๊ากกก

เข้าสู่สภาวะดองบล็อกอีกตามเคย สัญญาว่าจะกลับมาอัพให้บ่อยๆ ละ กลัวไม่มีอะไรจะอ่านกัน (รึเปล่า :P) จริงๆ หนังเรื่องนี้ ไปดูมาน๊านนานละ แต่เพิ่งมาลงรีวิวเพราะขี้เกียจ ฮ่าๆ :3

หอแต๋วแตก แวกมว๊ากมว๊ากกก – หอนี้ มีแต่เสียงฮา


สำหรับภาพยนตร์เรื่องหอแต๋วแตก แหกมว๊ากมว๊ากกก นั้นเป็นภาค 4 ของซีรีย์หอแต๋วแตก (ไม่เล่าละกันว่าเรื่องเป็นไงมาไง) ภาคนี้เป็นเรื่องของ… เอ่อ… คือไม่รู้ว่าจะสรุปเรื้อเรื่องให้ฟังยัง เพราะมันก็มีเรื่องนั้นเรื่องนี้เข้ามาแบบ… เอาเป็นว่า มีนักศึกษาหญิงโดนฆาตรกรรมในหอพักของเหล่าเจ๊ๆ แล้วก็มาหลอกหลอนคนในหอพัก เพียงแค่จะให้คนช่วยตามหาว่าใครฆ่าหล่อน แค่นั้นแหละ…

สาระสำคัญของหนังเรื่องนี้ ไม่ต้องถามครับ ไ่ม่มีเลย พยาย๊ามมมม พยายามคิดเท่าไหร่ก็หาสาระสำคัญของหนังเรื่องนี้ไม่ได้จริงๆ ได้อย่างเดียวคือ ความฮา ซึ่งเป็นความฮาที่มากมายหลากหลายมุกเพราะรู้ๆ กันอยู่ว่าตลกชื่อดังหลายๆ คนก็มาร่วมเล่นกันมากมาย แต่เมื่อพจน์ อานนท์เป็นผู้กำกับ ฉะนั้น เรื่องของการไว้ลายคงหนีไม่พ้นการกัดจิดสังคมแบบเจ็บๆ จะเห็นได้หลายฉากเช่น ฉากศิลปะวาดรูปด้วยนม หรือฉากผีแพนเค้กขับชอปเปอร์พร้อมสวมชฎาแบบเลดี้ ก้ากา เป็นต้น

เรื่องของบทบาทนักแสดง ถือว่าทำออกมาได้โอเคในระดับหนึ่ง คือถามว่าฮามั้ย ก็ฮาดี แต่ไม่ถึงกับฮาจนดั้น ส่วนบทผีๆ ทั้งหลายก็มุกผีนั่นแหละครับ เสียงดังๆ ทำตกใจ ไม่ก็โผล่แว๊บออกมา คือผมเป็นคนกลัวผีนะ แต่ไม่เค้ยไม่เคยมีความกลัวกับหนังเรื่องนี้แม้แต่น้อยเลย (ทั้งๆ ที่เจ๊พจน์บอกว่า… ภาคนี้น่ากลัว)


ใครที่กำลังเครียด หรือมองหาภาพยนตร์แก้เบื่อ แนะนำให้หาเรื่องมาดูได้ครับ ทันมุก ทันเหตุการณ์ดี ส่วนจะเอาเรื่องหลอนๆ ก็ไม่น่ากลัวเท่าไหร่ ขนาดจะเป็นผียังทำให้ฮาได้เลย เก่งจริงๆ เจ๊พจน์ อานนท์ 😐

No Comments